
เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลาง หรือเฟดของสหรัฐฯ แถลงเมื่อวานนี้ (4 เมษายน) ว่า มาตรการภาษีศุลกากรใหม่ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ "สูงกว่าที่คาดไว้" และผลกระทบต่อเศรษฐกิจ เช่น อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นและการเติบโตที่ช้าลง ก็มีแนวโน้มจะสูงตามไปด้วย พร้อมชี้ให้เห็นถึงการตัดสินใจที่ยากลำบากที่ธนาคารกลางอาจต้องเผชิญในอนาคต
พาวเวลล์กล่าวต่อที่ประชุมนักข่าวธุรกิจที่เมืองอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย ว่า "เมื่อมองไปข้างหน้า ภาษีที่สูงขึ้นจะส่งผลต่อเศรษฐกิจของเรา และมีแนวโน้มที่จะทำให้เงินเฟ้อสูงขึ้นในไตรมาสต่อ ๆ ไป"
พาวเวลล์กล่าวในขณะที่ตลาดการเงินทั่วโลกยังคงซึมต่อเนื่อง โดยดัชนีหุ้นหลักของสหรัฐลดลงประมาณร้อยละ 10 นับตั้งแต่ทรัมป์ประกาศมาตรการภาษีใหม่หลายรายการเมื่อวันพุธที่ผ่านมา พาวเวลล์ไม่ได้พูดถึงการเทขายโดยตรง แต่ยอมรับว่าความไม่แน่นอนแบบเดียวกันที่ครอบงำนักลงทุนและผู้บริหารบริษัทที่กำลังเผชิญอยู่นั้น เฟดก็กำลังเผชิญชะตากรรมเดียวกัน
อย่างไรก็ตาม พาวเวลล์ กล่าวว่า เฟดยังมีเวลาที่จะรอข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อประกอบการตัดสินใจว่านโยบายการเงินควรตอบสนองอย่างไร แต่ธนาคารกลางจะเน้นไปที่การทำให้แน่ใจว่าคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ที่เดิม โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากมาตรการภาษีนำเข้าของทรัมป์ ทำให้เกิดแรงกดดันด้านราคาเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
พาวเวลล์กล่าวว่า ไม่ใช่บทบาทของเฟดที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลทรัมป์ แต่เป็นการตอบสนองต่อนโยบายดังกล่าวว่าอาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจอย่างไร

สรุปข่าว

ฑิตยา เที่ยงกมล