ผู้นำยุโรปออกมาแสดงความผิดหวังต่อมาตรการขึ้นภาษีรอบใหม่ของ "ทรัมป์"

ทันทีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศนโยบายขึ้นภาษีรอบใหม่ที่กำหนดอัตราภาษีพื้นฐาน 10 เปอร์เซ็นต์สําหรับการนําเข้าทั้งหมดไปยังสหรัฐฯ สร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ฝั่งผู้นำชาติยุโรปได้ออกมาโพสต์ข้อความตอบโต้มาตรการภาษีของทรัมป์ว่า “รู้สึกผิดหวัง” เพราะมาตรการดังกล่าวมีแต่จะทำให้ตลาดโลกปั่นป่วนและยิ่งเพิ่มความตึงเครียดในสงครามการค้าที่ทรัมป์เป็นคนก่อ อีกทั้งยังทำให้พันธมิตรของสหรัฐฯ เกิดความสับสนกับนโยบายของประธานาธิบดีทรัมป์ด้วย

ไมเคิล มาร์ติน ผู้นำไอร์แลนด์ โพสต์ข้อความผ่าน X ว่า การตัดสินใจของสหรัฐฯ ในคืนนี้ที่จะเรียกเก็บภาษี 20 เปอร์เซ็นต์ สําหรับการนําเข้าจากทั่วสหภาพยุโรปเป็นเรื่องที่ “น่าเสียใจอย่างยิ่ง” และ “ไร้เหตุผล” ซึ่งเขาเชื่อมั่นว่ากำแพงภาษีศุลกากรที่สูงลิ่วไม่ได้เป็นประโยชน์ต่อใคร

ในขณะที่ อุล์ฟ คริสเตชอน นายกรัฐมนตรีสวีเดน กล่าวในแถลงการณ์ว่า เขารู้สึกเสียใจอย่างสุดซึ้งกับเส้นทางที่สหรัฐฯ ได้เริ่มดําเนินการ ด้วยความพยายามจํากัดการค้าด้วยภาษีศุลกากรที่สูงขึ้น ซึ่งสวีเดนจะยังคงยืนหยัดเพื่อการค้าเสรีและความร่วมมือระหว่างประเทศต่อไป

ผู้นำยุโรปออกมาแสดงความผิดหวังต่อมาตรการขึ้นภาษีรอบใหม่ของ "ทรัมป์"

สรุปข่าว

ผู้นำประเทศยุโรปแสดงความผิดหวังต่อมาตรการกำแพงภาษีรอบใหม่ของทรัมป์ที่ทุกประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรปจะโดนเรียกเก็บภาษี 20 เปอร์เซ็นต์ สร้างความปั่นป่วนในตลาดโลกและยิ่งเพิ่มความร้อนแรงในสงครามการค้า

ส่วนทางฝั่ง สหราชอาณาจักรแม้จะไม่อยู่ในกลุ่มสหภาพยุโรปแต่ก็โดนกำแพงภาษี 10 เปอร์เซ็นต์จากทรัมป์ โดยสมาพันธ์อุตสาหกรรมอังกฤษ ได้ออกมาเคลื่อนไหวและประกาศว่ามาตรการของทรัมป์สร้างความเดือดร้อนอย่างถึงที่สุดต่อกลุ่มธุรกิจ ขณะที่อธิบดีหอการค้าอังกฤษ แสดงความคิดเห็นว่าในสถานการณ์นี้จะมีแต่ผู้ที่แพ้ไม่มีใครเป็นผู้ชนะ เชากล่าวเสริมว่า คําสั่งซื้อจะลดลงแต่ราคาจะสูงขึ้นและความต้องการทางเศรษฐกิจโลกจะอ่อนแอลง ส่วนทางฝั่งสหพันธ์ธุรกิจขนาดเล็กกล่าวว่าภาษีศุลกากรจะทําให้เกิดความเสียหายที่มากจนไม่สามารถบรรยายได้โดยเฉพาะกับผลกระทบต่อต่อกลุ่มธุรกิจขนาดเล็ก

ทั้งนี้ สำนักข่าวรอยเตอร์ส รายงานว่านี่คือการกว้างล้างที่จะสร้างอุปสรรคต่อผู้บริโภคที่ใหญ่ที่สุดในโลก อีกทั้งยังฝ่าการเปิดเสรีการค้าที่เป็นตัวกำหนดระเบียบโลกมานานหลายทศวรรษ การตอบโต้ของคู่ค้าสหรัฐฯ หลังจากนี้อาจนำไปสู่ราคาสินค้าที่สูงขึ้นอย่างมากสำหรับสินค้าทุกประเภทตั้งแต่จักรยานไปจนถึงไวน์ 

ที่มาข้อมูล : BBC / Reuters

ที่มารูปภาพ : Reuters

avatar

ฑิตยา เที่ยงกมล