
ย้อนรอย 1 ปีแรกของโควิด-19
ธันวาคม 2019 แพทย์หลายรายในเมืองอู่ฮั่นของจีน เริ่มทำการรักษาคนไข้ที่มีอาการปอดอักเสบคล้าย ๆ กันหลายคน ต่อมาในวันที่ 31 ธันวาคม 2019 จีนได้รายงานองค์การอนามัยโลกถึงกลุ่มผู้ป่วยกลุ่มนี้ ว่าพวกเขาถูกกักตัวแยกกัน และเจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบเส้นทางของโรคระบาด
6 มกราคม 2020 ชาวไต้หวันป่วยด้วยอาการที่คล้ายไข้หวัด หลังจากกลับจากอู่ฮั่นได้ 2 สัปดาห์ ซึ่งก็เป็นไปได้มากที่จะติดจากอู่ฮั่น เพราะโควิด-19 ฟักตัวได้นานถึง 14 วัน
พวกเขายังไม่รู้สามารถของโรคระบาด แต่มีความเชื่อมโยงกับตลาดค้าสัตว์ Huanan Wholesale Seafood Market แพทย์จึงเชื่อว่า นี่เป็นโรคที่แพร่จากสัตว์สู่คน ในเวลาต่อมาผลการศึกษาในวารสาร Nature นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ไวรัสอาจมาจากค้างคาว
นักวิจัยจากสถาบันไวรัสวิทยาอู่ฮั่นได้ตรวจสอบลำดับจีโนมของไวรัสที่นำมาจากผู้ป่วย 5 รายในช่วงเริ่มต้นของการระบาด พบว่า ไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่มีความเหมือนกับไวรัสโคโรนาในค้างคาวถึง 96%
ในเวลาต่อมาก็เริ่มพบผู้ป่วยในจีนมากขึ้น รวมไปถึงพบผู้ป่วยใหม่ในเกาหลีใต้ จนกระทั่งวันที่ 11 มกราคม 2020 ชายชาวอู่ฮั่นวัย 61 ปี เสียชีวิตจากอาการปอดอักเสบที่รุนแรง หลังจากเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลตั้งแต่วันที่ 27 ธันวาคม 2019 ต่อมาโรคก็แพร่ระบาดไปทั่วเอเชีย จนทำให้เกิดความเกลียดกลัวชาวจีน ว่าจะนำเชื้อไวรัสมาแพร่ระบาดในประเทศต่าง ๆ ช่วงเทศกาลตรุษจีน
สนามบินทั่วโลกตรวจสอบผู้โดยสารที่มาจากเมืองอู่ฮั่น และมีไข้สูง แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นการแพร่ระบาด เพราะสหรัฐฯ พบผู้ติดเชื้อรายแรกในวันที่ 21 มกราคม ซึ่งเขาก็เพิ่งกลับมาจากอู่ฮั่น
วันต่อมาทางการจีนก็สั่งล็อกดาวน์เมืองอู่ฮั่น อย่างที่เราไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ในโลกกันมาก่อน จำนวนผู้ติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งในและนอกประเทศจีน

สรุปข่าว
ประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินระดับโลก
ภายในสิ้นเดือนมกราคม มี 23 ประเทศจากทุกทวีปรายงานพบผู้ป่วยไวรัสโคโรนา และองค์การอนามัยโลกประกาศให้การระบาดของโรคอู่ฮั่นเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลก
ดร.เทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก ประกาศเรื่องนี้ในการประชุมที่มีผู้เข้าร่วมหนาแน่น ที่ สำนักงานใหญ่ขององค์การสหประชาชาติ ที่เจนีวา
“การตัดสินใจประกาศให้เริ่มใช้ PHEIC (ขั้นตอนที่เกี่ยวข้องกับภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ) เนื่องมาจากสัญญาณการแพร่ระบาดจากคนสู่คนนอกประเทศจีน”
ผลของโควิด-19
หลังจากประกาศเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสุขภาพระดับโลก ส่งผลให้การประชุม คอนเสิร์ต หรืองานอะไรก็ตามที่มีคนมารวมตัวกันเป็นจำนวนมากถูกยกเลิก เรือสำราญก็หยุดให้บริการ ร้านค้าก็ต้องปิดชั่วคราว พรมแดนก็ต้องปิด ออกไปเที่ยวต่างประเทศก็ไม่ได้ ภายในเดือนมีนาคม ก็เกิดภาวะหน้ากากอนามัยขาดแคลน รวมถึงอุปกรณ์ทางการแพทย์อื่น ๆ ไม่ว่าจะเป็นชุด PPE และถุงมือยาง
ในช่วงเวลาดังกล่าว ทุกพื้นที่ทั่วโลกปรากฎแต่ภาพเมืองร้างผู้คน เหลือเพียงถนนเปล่า ๆ แต่การล็อกดาวน์ก็ทำให้ผู้ป่วยลดลง จนทำให้สามารถเปิดร้านค้ากันได้อีกครั้ง แต่มันก็ไม่เหมือนเดิม ผู้คนต้องคอยล้างมือบ่อย ๆ ฉีดสเปรย์แอลกอฮอล์ สวมหน้ากากอนามัย เว้นระยะห่างระหว่างบุคคล รวมกลุ่มคนจำนวนมาก ๆ ก็ยังไม่ได้ เรียกได้ว่า เป็นโลกใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม หรือ New Normal ความปกติรูปแบบใหม่
วัคซีนป้องกันโควิด-19
ในระหว่างที่เกิดการระบาด เหล่านักวิทยาศาสตร์และแพทย์ก็พยายามคิดค้นยารักษา คิดค้นวัคซีน จนในท้ายที่สุดก็มียารักษาเฉพาะทางสำหรับโควิด-19 และมีวัคซีนป้องกันโควิด-19 หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็น สปุตนิก-วี ที่พัฒนาโดยจีนและรัสเซีย, วัคซีนชนิด mRNA ที่พัฒนาโดยไฟเซอร์ และไบโอเอ็นเทค, วัคซีน mRNA ของโมเดอร์นา, วัคซีนของแอสตร้าเซเนก้าจากอังกฤษ และอีกหลายยี่ห้อ แม้การป้องกันจะไม่ได้ 100% แต่ก็ช่วยได้มาก
เมื่อหลายประเทศได้เริ่มทดลองฉีดวัคซีนก็พบว่า วัคซีนชนิด mRNA สามารถป้องกันได้ดีที่สุด ต่อมาในปี 2023 สองนักวิทยาศาสตร์ที่คิดค้นวัคซีน mRNA คว้ารางวัลโนเบลสาขาการแพทย์ นักสร้างแบบจำลองทางคณิตศาสตร์จาก Imperial College London ประมาณการว่า วัคซีนสามารถป้องกันการเสียชีวิตของผู้คนทั่วโลกได้มากถึง 20 ล้านราย
จบจากโควิด เจอลองโควิด
ในเดือนกันยายน 2022 การศึกษาวิจัยที่ได้รับมอบหมายจากองค์การอนามัยโลกประมาณการว่า ผู้คนในยุโรป 17 ล้านคน มีอาการของลองโควิด หรืออาการโควิดระยะยาว ในช่วงปี 2020-2021
อาการของลองโควิด ได้แก่ ความเหนื่อยล้า ปวดเมื่อยตามตัว อารมณ์แปรปรวน ปัญหาทางการรับรู้ และหายใจถี่ หลังจากการหายจากการติดเชื้อโควิด ในระยะเริ่มแรก
5 ปีผ่านไป โควิดได้กลายเป็นโรคประจำถิ่นในทุกทวีป การล็อกดาวน์และการเว้นระยะห่างทางสังคมเป็นเพียงความทรงจำ แม้ว่าโควิด-19 จะไม่เป็นข่าวใหญ่ ขึ้นพาดหัวเหมือนอย่างเคย แต่สิ่งสำคัญคือ ไวรัสนี้ยังคงแพร่ระบาดอยู่
เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเตือนว่า แม้ว่าโควิด-19 จะกลายเป็นแค่ไวรัสเกี่ยวกับโรคทางเดินหายใจ ที่ไม่ต่างอะไรกับไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล แต่โควิด-19 ยังเป็นอันตรายถึงชีวิตสำหรับบางคน

ชาญชัย ประทีปวัฒนะวงศ์