สรุปข่าว
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า สมาคมเหล็กโลก (World Steel Association : worldsteel) คาดการณ์ว่าปี 2567 จีนจะมีสัดส่วนการบริโภคเหล็กกล้าไม่ถึงครึ่งหนึ่งของโลก เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี เนื่องมาจากการตกต่ำของภาคอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้ความต้องการเหล็กลดลง
ทั้งนี้ การคาดการณ์ของสมาคมเหล็กโลกแสดงให้เห็นถึงแนวโน้มที่แตกต่างกันระหว่างจีน ซึ่งเป็นแรงกระตุ้นหลักของการเติบโตของความต้องการทั่วโลกเป็นเวลา 2 ทศวรรษ กับแหล่งผลิตเหล็กที่สำคัญในส่วนอื่นๆ ของโลก ตั้งแต่เอเชียใต้ไปจนถึงตะวันออกกลางและละตินอเมริกา
สมาคมเหล็กโลกคาดว่าการบริโภคของจีนจะลดลงเป็นปีที่ 4 ในปี 2567 เหลือ 869 ล้านตัน ขณะที่ความต้องการในส่วนอื่นๆ ของโลกจะเพิ่มขึ้น 1.2% เหลือ 882 ล้านตัน ส่วนแบ่งของจีนจะหดตัวลงอีกในปี 2568
ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นว่าการสิ้นสุดของโครงสร้างพื้นฐานและการขยายตัวของอสังหาริมทรัพย์ที่ยาวนานหลายทศวรรษของจีนได้ส่งผลต่อการบริโภคเหล็กของประเทศอย่างไร แต่ยังชี้ให้เห็นอีกเหตุผลหนึ่งว่าเหตุใดการส่งออกของจีนจึงพุ่งสูงขึ้นอย่างมากในปีนี้จนแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่ปี 2559 นั่นก็คือความต้องการที่เพิ่มขึ้นในพื้นที่อื่น
โดยตลาดอินเดียจะเติบโตขึ้น 8% ในปีนี้ จากที่เพิ่มขึ้น 14% ในปี 2566 เป็น 143 ล้านตัน ขณะที่เศรษฐกิจเกิดใหม่และกำลังพัฒนาอื่นๆ จะเห็นการเติบโตประมาณ 7% เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน
ส่วนที่เหลือของโลกมีความต้องการเหล็กแซงหน้าจีนครั้งล่าสุดในปี 2561 สมาคมเหล็กโลกยอมรับความเสี่ยงต่อการคาดการณ์เนื่องจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจล่าสุดของปักกิ่งเพื่อสนับสนุนการเติบโต โดยอ้างถึงความเป็นไปได้ที่เพิ่มขึ้นของการแทรกแซงของรัฐบาลและการสนับสนุนเศรษฐกิจจริงที่มากขึ้น ซึ่งอาจช่วยหนุนความต้องการเหล็กของจีนในปี 2568
ที่มา บลูมเบิร์ก
ที่มาข้อมูล : -