
นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวสรุปภาพรวมของการเดินทางเยี่ยมชาวอุยกูร์ที่ทางการไทยส่งตัวกลับประเทศจีน โดยระบุว่าการเดินทางครั้งนี้ค่อนข้างลำบาก เนื่องจากพื้นที่ที่ชาวอุยกูร์อาศัยอยู่มีภูมิประเทศที่ทุรกันดาร ต้องใช้เวลานานในการเดินทาง
สำหรับกรณีที่ต้องเบลอหน้าชาวอุยกูร์ นายภูมิธรรมชี้แจงว่า เป็นไปตามคำร้องขอของพวกเขาเองและทางการจีน เพื่อรักษาความเป็นส่วนตัวและความสงบสุขของบุคคลเหล่านั้น ซึ่งถือเป็นสิทธิมนุษยชนที่พึงได้รับ พร้อมยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ควรถูกนำไปเป็นประเด็นเพื่อลดทอนข้อเท็จจริง ทั้งนี้ รัฐบาลไทยได้เชิญสื่อมวลชนจากหลากหลายสำนักข่าวมาเข้าร่วมเพื่อให้ประชาชนได้รับรู้ข้อมูลที่เป็นจริง

สรุปข่าว
ในส่วนของเกณฑ์การเลือกครอบครัวที่ไปพบนั้น มีสองกลุ่มหลัก ได้แก่ กลุ่มที่ไทยส่งตัวกลับ 40 คน และกลุ่มที่เดินทางกลับไปตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งการพบปะดังกล่าวต้องเป็นไปด้วยความสมัครใจ เพื่อไม่ให้เป็นการละเมิดสิทธิของบุคคล
นายภูมิธรรมระบุว่า ภารกิจของไทยถือว่าสิ้นสุดตั้งแต่ชาวอุยกูร์ขึ้นเครื่องบินกลับจีนแล้ว เนื่องจากเป็นอำนาจอธิปไตยของประเทศจีน อย่างไรก็ตาม ไทยยังคงติดตามเรื่องนี้ต่อไป เพราะตระหนักถึงความกังวลของประชาชน รัฐบาลจึงได้ประสานกับทางการจีนเพื่อให้มีการออกแถลงการณ์ยืนยันถึงการดูแลชาวอุยกูร์ ทั้งในด้านสุขภาพและการจ้างงาน
สุดท้าย นายภูมิธรรมย้ำว่า การดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้เป็นการจัดฉาก แต่เป็นกระบวนการที่โปร่งใส สามารถตรวจสอบได้ และไทยยังคงมั่นใจในคำมั่นของรัฐบาลจีนที่ให้การดูแลชาวอุยกูร์ตามที่ตกลงกันไว้
ที่มาข้อมูล : ภูมิธรรม เวชยชัย
ที่มารูปภาพ : ทำเนียบรัฐบาล