
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ (4 เม.ย.68) ที่ระดับ 34.24 บาทต่อดอลลาร์ “ทรงตัว แทบไม่เปลี่ยนแปลง” จากระดับปิดวันที่ผ่านมา และมองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.00-34.35 บาท/ดอลลาร์ (ระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลการจ้างงานของสหรัฐฯ)
ค่าเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้น ตามการอ่อนค่าลงต่อเนื่องของเงินดอลลาร์
นับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) เคลื่อนไหวผันผวนในกรอบ Sideways (แกว่งตัวในกรอบ 34.02-34.34 บาทต่อดอลลาร์) โดยค่าเงินบาททยอยแข็งค่าขึ้น ตามการอ่อนค่าลงต่อเนื่องของเงินดอลลาร์ ที่เผชิญแรงกดดันจากความกังวลผลกระทบของนโยบายกีดกันทางการค้าของรัฐบาลสหรัฐฯ ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่เสี่ยงเผชิญภาวะ “Stagflation” (เศรษฐกิจชะลอตัวลง แต่อัตราเงินเฟ้อสูง)

สรุปข่าว
แนวโน้มของค่าเงินบาท
แนวโน้มของค่าเงินบาท แม้ว่าเงินบาทจะมีจังหวะแข็งค่าขึ้น มากกว่ากรอบล่าง 34.30 บาทต่อดอลลาร์ ที่เราประเมินไว้พอสมควร (ซึ่งก็มาจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาแย่กว่าคาด กดดันให้เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง) ทว่า จากปัจจัยเสี่ยงรอบด้านต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในช่วงนี้ ทำให้ เรายังคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทมีแนวโน้มทยอยอ่อนค่าลงได้ ตราบใดที่เงินบาท (USDTHB) ไม่ได้แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องจนทะลุโซนแนวรับ 33.80 บาทต่อดอลลาร์ อย่างชัดเจน
ทั้งนี้ เรายอมรับว่า ในระยะสั้น เงินบาทอาจพอได้แรงหนุนอยู่บ้าง หากราคาทองคำสามารถรีบาวด์ขึ้นได้บ้าง อย่างไรก็ดี แรงขายสินทรัพย์ไทย โดยเฉพาะหุ้นไทย จากบรรดานักลงทุนต่างชาติก็อาจกดดันเงินบาทในช่วงนี้ได้ จนกว่า ผู้เล่นในตลาดจะเริ่มกลับมามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ หากเริ่มเห็นภาพการเจรจาการค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ ที่มีพัฒนาการที่ดีขึ้น จนอาจนำไปสู่การปรับลดอัตราภาษีนำเข้าที่สหรัฐฯ จะเก็บต่อสินค้าไทย
ที่มาข้อมูล : IQ
ที่มารูปภาพ : Getty Images

ศิริพร บุญเถื่อน