คุณณัฐ วงศ์พานิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป จำกัด เผยว่า ปี 2568 นี้ บริษัทฯ จะทุ่มงบลงทุนราว 1,200 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 800 ล้านบาท ใช้ในการขยายสาขาใหม่ประมาณ 120-140 สาขาทั่วประเทศ อีก 200 ล้านบาท จะใช้ในการรีโนเวท และ อาร์แอนด์ดี และส่วนที่เหลือ 200 ล้านบาท ใช้สำหรับการลงทุนด้านไอที
มูลค่าการลงทุนดังกล่าว ยังไม่รวมงบในการเข้าไปร่วมลงทุนในกิจการร้านอาหารที่มีศักยภาพ ซึ่งปีนี้ ตั้งเป้าจะเพิ่มแบรนด์ใหม่อีก 2-3 แบรนด์ ในกลุ่มชาบู และปิ้งย่าง โดยมีโอกาสเป็นทั้งแบรนด์ที่นำเข้ามา และแบรนด์ร้านอาหารในประเทศ ที่จะเข้าไปร่วมทุน เพื่อเติมพอร์ตธุรกิจให้เข้มแข็งขึ้น
สำหรับแนวทางการเปิดสาขาใหม่ จะเน้นเปิดสาขาเฉพาะแบรนด์ที่ทำรายได้หลักเท่านั้น เรียกว่า ท็อป แบรนด์ จะมีอยู่ประมาณ 9-10 แบรนด์ รวมกันทำรายได้ให้บริษัทฯ คิดเป็นสัดส่วนประมาณร้อยละ 80-90 จากแบรนด์ทั้งหมดที่อยู่ภายใต้การบริหารรวม 22 แบรนด์
สรุปข่าว
ซึ่งกลุ่ม ท็อป แบรนด์ เช่น เคเอฟซี, มิสเตอร์ โดนัท, อานตี้ แอนส์, โอโตยะ, คัตสึยะ, ส้มตำนัว, สลัดแฟคตอรี่, ชินคันเซ็น ซูชิ และ นักล่าหมูกระทะ เป็นต้น
ส่วนแบรนด์เครื่องดื่มชานม "บราวน์ คาเฟ่" ที่ได้เข้าร่วมทุนเมื่อปี 2563 ปีที่แล้วทยอยปิดสาขาไป จนปัจจุบันมีเหลืออยู่ 2 สาขา และแม้ว่าแบรนด์จะยังมีอยู่ แต่บริษัทฯ จะชะลอหรือพักไว้ก่อน เนื่องจากการแข่งขันในตลาดนี้ ค่อนข้างสูง
อย่างไรก็ดี การปิดแบรนด์ที่ไม่ทำกำไรไป เช่น ร้านอาหารจานด่วน อร่อยดี ทำให้บริษัทฯ กลับมาเติบโตได้ดีเมื่อปีที่แล้ว โดยปี 2567 มีรายได้ทะลุ 15,800 ล้านบาท คิดเป็นเติบโตร้อยละ 9 ส่วนปี 2568 จะเน้นไปที่การสร้างการเติบโตต่อเนื่อง
นอกจากนี้ ยังได้คาดการณ์ภาพรวมของตลาดร้านอาหาร ปี 2568 จะเติบโตที่ราวร้อยละ 5-7 และมีมูลค่ารวม อยู่ที่ 572,000 ล้านบาท ซึ่งคุณณัฐ บอกว่า ธุรกิจร้านอาหาร ยังเป็นเครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศ อย่างไรก็ดี การแข่งขันในธุรกิจจะสูงขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงวงจรของแบรนด์สินค้าก็อายุสั้นลง ดังนั้นแบรนด์ที่อยู่มานาน ก็จะต้องปรับตัวและรีเฟรชตัวเองให้สดใหม่เสมอ ซึ่งสำหรับ ซีอาร์จี ชอบการแข่งขัน และมีการปรับรูปแบบใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลาเพื่อแข่งขันในตลาด
ทั้งบอกด้วยว่า บริษัทฯ จะพยายามตรึงราคาอาหารไว้ให้ได้นานที่สุด แม้มีความท้าทายจากต้นทุนที่สูงขึ้น ทั้งจากราคาวัตถุดิบ และค่าแรง
ส่วนผลกระทบจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ยอดขายของบริษัทหายไปราวร้อยละ 20-30 แต่นั่นเป็นผลกระทบเพียงวันเดียว และจนถึงปัจจุบัน ร้านค้าในกลุ่มซีอาร์จีทั้งหมด เปิดให้บริการทุกสาขาแล้ว และหากไม่มีอะไรมาตอกย้ำอีก เชื่อว่าจะไม่ส่งผลกระทบในระยะยาวต่อภาพรวมของตลาดร้านอาหาร
ที่มาข้อมูล : เซ็นทรัล เรสตอรองส์ กรุ๊ป
ที่มารูปภาพ : -

พัสวี ฐิติพรวัฒนกุล