เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด “อ่อนค่าลงหนัก” ที่ระดับ 34.38 บาท/ดอลลาร์

นายพูน พานิชพิบูลย์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน Krungthai GLOBAL MARKETS ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดเช้านี้ ที่ระดับ ที่ระดับ  34.38 บาท/ดอลลาร์ "อ่อนค่าลงหนัก" จากระดับปิด วันที่ผ่านมา ณ ระดับ  34.16 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบเงินบาทในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.30-34.60 บาท/ดอลลาร์ (ระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ)

โดยนับตั้งแต่ช่วงคืนวันที่ผ่านมา เงินบาท (USDTHB) พลิกกลับมาอ่อนค่าลงหนัก (แกว่งตัวในกรอบ 34.07-34.45 บาทต่อดอลลาร์) หลังรัฐบาลสหรัฐฯ ได้ประกาศมาตรการภาษีนำเข้ารอบใหม่ โดยเฉพาะในส่วนของมาตรการภาษีนำเข้าตอบโต้ (Reciprocal Tariff) ที่สินค้านำเข้าจากประเทศไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตราที่สูงถึง 36% (ลดลงจากที่ทางการสหรัฐฯ ประเมินไว้ 72%) ซึ่งการประกาศมาตรการภาษีนำเข้าดังกล่าวนั้นสูงกว่าที่ตลาดได้ประเมินไว้พอสมควร กดดันให้บรรยากาศในตลาดการเงินอยู่ในภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk-Off) หลังการประกาศดังกล่าว 

อย่างไรก็ดี เงินบาทยังพอได้แรงหนุนอยู่บ้างหลังราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้น ขณะเดียวกันเงินดอลลาร์ก็ทยอยอ่อนค่าลง หลังผู้เล่นในตลาดต่างกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากผลกระทบของนโยบายการค้าล่าสุดของสหรัฐฯ สะท้อนผ่านมุมมองของผู้เล่นในตลาดที่ประเมินว่า เฟดมีโอกาสราว 39% ที่จะลดดอกเบี้ยได้ถึง 4 ครั้ง ในปีนี้

เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด “อ่อนค่าลงหนัก”  ที่ระดับ 34.38 บาท/ดอลลาร์

สรุปข่าว

เงินบาทเช้านี้เปิดตลาด “อ่อนค่าลงหนัก” ที่ระดับ 34.38 บาท/ดอลลาร์ มองกรอบในช่วง 24 ชั่วโมง คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 34.30-34.60 บาท/ดอลลาร์

ตลาดค่าเงิน เงินดอลลาร์อ่อนค่าลง แม้ว่าจะแข็งค่าขึ้นในช่วงสั้น หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศมาตรการภาษีนำเข้าที่รุนแรงกว่าคาด แต่เงินดอลลาร์ก็กลับมาอ่อนค่าลง ตามการปรับตัวลงหนักของบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลผลกระทบของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจ ทำให้โดยรวมเงินดอลลาร์ปรับตัวลดลงสู่โซน 103.3 จุด (แกว่งตัวในกรอบ 103.1-104.2 จุด) 

ในส่วนของราคาทองคำ การปรับตัวลดลงของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ท่ามกลางความกังวลผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ จากการดำเนินนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ล่าสุด ได้หนุนให้ ราคาทองคำ (สัญญาทองคำตลาด COMEX ส่งมอบเดือน มิ.ย. 2025) ปรับตัวขึ้นสู่โซน 3,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์

สำหรับในช่วง 24 ชั่วโมงหลังจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทั้ง ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (ISM Services PMI) ในเดือนมีนาคม และยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด โดยเฉพาะหลังตลาดได้รับรู้มาตรการภาษีนำเข้าล่าสุดของรัฐบาลสหรัฐฯ ที่รุนแรงกว่าคาดพอสมควร

สำหรับ แนวโน้มของค่าเงินบาท เราคงมุมมองเดิมว่า เงินบาทมีแนวโน้มทยอยอ่อนค่าลงได้ และจากการประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาท (USDTHB) ได้กลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนค่าลงอีกครั้ง โดยเงินบาทเสี่ยงที่จะเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าเพิ่มเติม จากภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน ที่อาจทำให้บรรดาผู้เล่นในตลาด โดยเฉพาะนักลงทุนต่างชาติ กลับมาขายสินทรัพย์ไทย อย่าง หุ้นไทยเพิ่มเติม หลังมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ 

ล่าสุด อย่างมาตรการภาษีนำเข้าตอบโต้ (Reciprocal Tariff) นั้นมีความรุนแรงมากกว่าที่ตลาดประเมินไว้ (สินค้านำเข้าจากไทยจะถูกเรียกเก็บภาษีนำเข้าในอัตราที่สูงถึง 36% ซึ่งสูงกว่าที่บรรดานักวิเคราะห์ประเมินไว้ในโซน 20%-25%) อย่างไรก็ดี การอ่อนค่าของเงินบาทดังกล่าว อาจถูกชะลอลงบ้าง ตามแรงขายเงินดอลลาร์ของผู้เล่นในตลาดบางส่วนอย่างฝั่งผู้ส่งออก นอกจากนี้ ความกังวลผลกระทบของนโยบายกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ และทิศทางดอกเบี้ยนโยบายของเฟด ก็กดดันให้เงินดอลลาร์ทยอยอ่อนค่าลง แทนที่จะแข็งค่าขึ้นชัดเจน หลังผู้เล่นในตลาดต่างลดความเชื่อมั่นในธีม US Exceptionalism 

อย่างไรก็ดี มองว่า เงินดอลลาร์นั้นเสี่ยงเผชิญความผันผวนแบบ Two-Way Volatility ซึ่งจะขึ้นกับรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ว่าจะออกมาอย่างไร และทำให้ผู้เล่นในตลาดกลับมามีมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ได้หรือไม่  

ทั้งนี้ มองว่า ผู้เล่นในตลาดควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดทยอยรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ ในคืนนี้ ซึ่งจะเริ่มจากยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ในช่วงราว 19.30 น. ตามเวลาประเทศไทย จนถึงรายงานดัชนี ISM PMI ภาคการบริการที่จะทยอยรับรู้ในช่วง 21.00 น. โดยสถิติย้อนหลัง 1 ปี สะท้อนว่า เงินบาท (USDTHB) อาจมีกรอบการแกว่งตัวระดับ +/- 1 SD ได้ราวถึง +/-0.20% หลังตลาดรับรู้รายงานข้อมูลดังกล่าว 30 นาที


ข่าวที่เกี่ยวข้อง

- ทองคำสูงสุดเป็นประวัติศาสตร์ หลังทรัมป์ทำสงครามการค้าทั่วโลก

- ทรัมป์ ขึ้นภาษีประเทศไหนบ้าง? ไทยติดโผโดนสูงถึง 36%

- "โดนัลด์ ทรัมป์" ประกาศมาตรการภาษีคู่ค้าสูงสุด 49% ไทยโดน 36%

ที่มาข้อมูล : IQ

ที่มารูปภาพ : Getty Images

avatar

ธัญวรัตน์ น่วมภักดี