

สรุปข่าว
นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารเตรียมเสนอคณะกรรมการพิจารณาอนุมัติให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่สหกรณ์ออมทรัพย์ข้าราชการครู เพื่อลดภาระหนี้ของครู ที่ต้องไปกู้หนี้จากที่อื่น เช่น ลิสซิ่ง ดอกเบี้ย 20% หรือ สินเชื่อบัตรกดเงินสดที่คิดดอกเบี้ย 7%-8% ให้สามารถนำไปชำระหนี้อื่นๆได้ โดยธนาคารพร้อมที่จะปล่อยกู้ให้แก่สหกรณ์ในอัตราดอกเบี้ยต่ำประมาณ 2%แก่สหกรณ์ เพื่อให้สหกรณ์นำไปปล่อยกู้ในอัตราดอกเบี้ยประมาณ 4% ให้แก่สมาชิกอีกทอดหนึ่ง
สำหรับการแก้ปัญหาหนี้ครูอย่างยั่งยืน คือ ต้องเข้าไปช่วยเหลือให้ยอดหนี้ลดลง ซึ่งหากจะนำเฉพาะเงินเดือนของครูมาแก้ไขหนี้เพียงอย่างเดียว คงไม่สามารถทำได้ แต่จะต้องนำเงินส่วนอื่นมาแก้ เช่น เงินจากบำเหน็จตกทอดที่จะได้ตอนเสียชีวิต ซึ่งอยู่ในกองทุนกบข.โดยสมาชิกสามารถกู้เงินจากกบข.มาชำระหนี้ได้
ส่วนการแก้ไขหนี้สินของกลุ่มข้าราชการครูหลังจากธนาคารได้เข้าไปช่วยรีไฟแนนซ์ หรือ รวมหนี้ครู จากที่อื่นมาไว้ที่ธนาคารเพียงที่เดียว เพื่อลดภาระดอกเบี้ยที่สูง ล่าสุดพอร์ตหนี้ครูที่อยู่กับธนาคารมีจำนวน 3.9 แสนบัญชี มูลหนี้รวม 3.3 แสนล้านบาท หรือเฉลี่ยไม่ถึง 1 ล้านบาทต่อราย ทั้งนี้ ในจำนวนนี้ มี 2.9 แสนบัญชี มูลหนี้รวม 2.3 แสนล้านบาท ที่เป็นลูกหนี้มีประวัติชำระหนี้ดี ซึ่งจะได้รับการลดดอกเบี้ยลง 0.1% - 1% ส่วนกลุ่มที่มีปัญหาเรื่องการผ่อนชำระประมาณ 1 แสนบัญชี จะเข้าสู่มาตรการปรับโครงสร้างหนี้ และจะได้รับลดอัตราดอกเบี้ยลงเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาธนาคารออมสินได้ช่วยเหลือลูกหนี้มาอย่างต่อเนื่อง โดยนับจากต้นปี 2564 ได้เข้าไปดูแลและปรับโครงสร้างหนี้ลูกหนี้ทั้งระบบ 8.7 แสนบัญชี คิดเป็นมูลหนี้ 4 แสนล้านบาท ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2564 ลูกหนี้กลับมาแข็งแรง และหลุดออกจากการปรับโครงสร้างหนี้ได้ราว 6 แสนบัญชี
หลังจากนั้นธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ออกโครงการปรับปรุงโครงสร้างหนี้แบบระยะยาว ออมสินจึงได้เปิดลงทะเบียนปรับโครงสร้างหนี้ต่อ โดยมีลูกค้าเข้ามาลงทะเบียน 4.1 แสนบัญชี คิดเป็นมูลหนี้ 2.3 แสนล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อจัดอันดับความน่าเป็นห่วงของลูกค้าที่เข้ามาตรการล่าสุด มีลูกหนี้กลุ่มสีแดงที่ต้องดูแลพิเศษกว่า 1.25 แสนบัญชี คิดเป็นมูลหนี้ 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะเข้าไปช่วยเหลือด้วยการปรับโครงสร้างหนี้ให้ นอกจากนี้ ธนาคารได้ตั้งสำรองหนี้ไว้แล้วรวม 9.3 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการตั้งสำรองทั่วไป สำหรับรองรับลูกหนี้กรณีที่กลับมาชำระหนี้ไม่ไหว จำนวน 3.6 หมื่นล้านบาท ซึ่งจะสามารถดูแลลูกค้ากลุ่มนี้ได้
ที่มา ออมสิน
ภาพประกอบ ออมสิน
ที่มาข้อมูล : -