"Zara" เจาะตลาดจีนสู้แบรนด์ท้องถิ่น เปิดแฟลกชิป-คาเฟ่-สตูดิโอ l การตลาดเงินล้าน

Zara แบรนด์ฟาสต์แฟชั่นจากสเปน ในเครือ Inditex ได้ผสานเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ากับพื้นที่ร้านค้าเพื่อดึงดูดให้ลูกค้าใช้เวลาภายในร้านนานขึ้น โดยฟีเจอร์ใหม่เหล่านี้จะถูกทดลองใช้ในจีนก่อนที่บริษัทจะตัดสินใจขยายไปยังตลาดอื่น ๆ

ทั้งนี้ Zara ต้องปรับกลยุทธ์ร้านค้าปลีกในจีนอย่างเร่งด่วน เนื่องจากแบรนด์ระดับโลกที่มุ่งเป้ากลุ่มผู้บริโภคชนชั้นกลางในจีนกำลังเผชิญกับภาวะการใช้จ่ายที่ชะลอตัว และ การแข่งขันจากแบรนด์ท้องถิ่น ซึ่งมีซัพพลายเชนที่คล่องตัวและมีความแข็งแกร่งด้านดิจิทัล

ร้าน Zara แห่งใหม่ใน ย่านธุรกิจซินเจียโข่ว (Xinjiekou) ซึ่งเป็นศูนย์กลางการค้าของหนานจิง มีขนาด 2,500 ตารางเมตร (26,909 ตารางฟุต) ครอบคลุม 2 ชั้น ภายในร้านมี โซนชอปปิ้งแบบส่วนตัว พร้อมเลานจ์และห้องลองเสื้อส่วนตัว

"Zara" เจาะตลาดจีนสู้แบรนด์ท้องถิ่น เปิดแฟลกชิป-คาเฟ่-สตูดิโอ l การตลาดเงินล้าน

สรุปข่าว

Zara แบรนด์ฟาสต์แฟชั่น เจาะตลาดจีนเปิดตัว ร้านแฟลกชิปสไตล์ใหม่ โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระดับโลกในการลดจำนวนร้านค้าที่มีผลประกอบการต่ำ และมุ่งเน้นไปที่ ร้านค้าขนาดใหญ่ที่ครบวงจร

นอกจากนี้ ยังมี สตูดิโอ "Fit Check" ที่มาพร้อมกล้องหลายตัวและระบบไฟที่ปรับแต่งได้ ให้ลูกค้าสามารถถ่ายวิดีโอคอนเทนต์ของตัวเองและดาวน์โหลดลงโทรศัพท์โดยตรง โดยลูกค้าสามารถจองบริการเหล่านี้ได้ผ่านแอปพลิเคชัน WeChat

ส่วนบริเวณชั้นล่างของร้านยังมี Zacaffe เป็นคาเฟ่คอนเซ็ปต์ใหม่ของ Zara ซึ่งเปิดตัวครั้งแรกนอกประเทศสเปน เพื่อตอบสนองพฤติกรรมการใช้เวลาภายในร้านของลูกค้า

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Zara ทดลองแนวคิดใหม่ในจีนก่อนจะนำไปใช้ในตลาดอื่น ๆ ก่อนหน้านี้ Zara ได้เปิดตัวการขายสินค้าผ่านไลฟ์สตรีมบน Douyin (TikTok เวอร์ชันจีน) ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก จนทำให้แบรนด์เริ่มทดลองใช้กลยุทธ์เดียวกันในยุโรปและสหรัฐฯ

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา Inditex ได้ปรับลดจำนวนสาขาทั่วโลก โดยมุ่งเน้นไปที่ ร้านแฟลกชิปในทำเลสำคัญ และเพิ่มยอดขายผ่านช่องทางออนไลน์

ในปี 2019 Inditex มีร้านค้าในจีนมากถึง 570 สาขา ซึ่งเป็นตลาดใหญ่อันดับสอง รองจากสเปน แต่ ณ วันที่ 31 มกราคม 2024 จำนวนร้านลดลงเหลือเพียง 132 สาขา 

avatar

พัสวี ฐิติพรวัฒนกุล

แท็กบทความ

การตลาดเงินล้าน
แบรนด์Zara
จีน
เจาะตลาดจีน
Douyin