

สรุปข่าว
นับเป็นข่าวที่หลายคนให้ความสนใจ เมื่อ กระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยผลการสำรวจแร่ลิเทียม ซึ่ง เป็นหินอัคนี เนื้อหยาบมาก สีขาว หรือ หินเพกมาไทต์ ซึ่ง เป็นหินต้นกำเนิด ที่นำพาแร่เลพิโดไลต์สีม่วง หรือ แร่ที่มีองค์ประกอบของลิเทียม มาตกผลึกจนเกิดเป็นแหล่งลิเทียม ที่มีศักยภาพ 2 แหล่ง ได้แก่
- แหล่งเรืองเกียรติ มีปริมาณสำรองประมาณ 14.8 ล้านตัน เกรดลิเทียมออกไซด์เฉลี่ย ร้อยละ 0.45
- แหล่งบางอีตุ้ม ที่อยู่ระหว่างการสำรวจรายละเอียด เพื่อประเมินปริมาณสำรอง โดยทั้งสองแหล่งตั้งอยู่ใน อำเภอตะกั่วทุ่ง จังหวัดพังงา
สำหรับปริมาณแร่ลิเทียมสำรอง 14.8 ล้านตันที่พบในแหล่งเรืองเกียรตินั้น ถือเป็นปริมาณมากที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลก รองจาก โบลิเวีย และอาร์เจนตินา
แร่ลิเทียม (Li) คือเป็นโลหะเบาที่สุดในโลหะทั้งมวล ทนความร้อนได้สูง และสามารถประจุพลังงานในแบตเตอรี่ได้เป็นปริมาณสูงมาก
แร่ลิเทียม เป็นส่วนประกอบหลักของเซรามิกชนิดทนความร้อน แก้ว อยู่ในแบตเตอรี่คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่าง ๆ เครื่องฟอกอากาศ จาระบีหล่อลื่น ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ ฯลฯ และลิเทียมยังถูกนำมาใช้ในแบตเตอรี่ความจุสูง ชนิดประจุใหม่ได้เพิ่มมากขึ้น ตลาดรถยนต์ไฟฟ้าและไฮบริดที่กำลังเติบโต ได้ทำให้ความต้องการลิเทียมสูงขึ้น
"ลิเทียม" ไทยสมบูรณ์เทียบ 37 แหล่งทั่วโลก
ก่อนหน้านี้ ผศ.อลงกต ฝั้นกา อาจารย์ประจำภาควิชาธรณีวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ผู้เชี่ยวชาญทางด้านธรณีวิทยา ระบุการศึกษาแร่แร่ลิเทียมที่พบในจังหวัดพังงามีความสมบูรณ์เทียบเท่ากับแร่ลิเทียม ที่ค้นพบในอีก 37 แหล่งทั่วโลก เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ที่ประเทศไทยจะได้มีบทบาทในการเป็นผู้นำแร่ลิเทียมมาผลิตแบตเตอร์รี่ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า แต่ขั้นตอนยังต้องใช้เวลาอีกนาน เพราะต้องพิจารณาถึงความคุ้มค่าในการลงทุนระยะยาว
จากการค้นพบ แร่ลิเทียม ล่าสุดถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของประเทศไทยที่จะใช้ทรัพยากรทางธรรมชาติให้เกิดประโยชน์ จากเป็นผู้บริโภคก็จะมีบทบาทในการเป็นผู้นำแร่ลิเทียมมาผลิตแบตเตอร์รี่ รองรับอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า แต่กว่าจะถึงขั้นตอนนั้นอาจต้องใช้เวลาอีกนาน เพราะต้องผ่านการพิจารณาจากหลายภาคส่วน ถึงความคุ้มค่าในการลงทุนระยะยาว และความต้องการแร่ลิเทียมในอนาคต
“ไทย” พบแหล่งแร่ "ลิเทียม" จริง แต่ไม่น่าใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลก
ด้าน ดร.เจษฎา เด่นดวงบริพันธ์ “Jessada Denduangboripant (อาจารย์เจษฎ์)” ได้ให้ข้อมูลว่า นับว่าเป็นข่าวดีจริง ๆ ที่เราค้นพบหินแร่ธาตุหายาก ที่กำลังเป็นที่ต้องการของทั้งในไทยเราเองและในต่างประเทศ อย่างเช่น “Lithium” แต่ประเด็นคือ ไทยเรามีลิเทียมเยอะมาก ขนาดนับเป็นอันดับ 3 ของโลกเชียวหรือ ?
โดยระบุเพิ่มเติมว่า น่าจะเข้าใจผิดกัน เพราะตัวเลข "14.8 ล้านตัน" ที่เป็นข่าวกัน ว่าเยอะเป็นอันดับ 3 ของโลกนั้น เป็นปริมาณของหินแร่ที่ชื่อว่า "หินเพกมาไทต์ " ซึ่งมีธาตุลิเทียมปะปนอยู่ เฉลี่ย 0.45% และจะต้องนำมาถลุงสกัดเอาลิเทียมออกมาก่อน เมื่อคำนวณคร่าวๆ แล้ว ก็น่าจะอยู่ที่ประมาณ 6-7 หมื่นตัน แค่นั้น
ซึ่งตัวเลข 6.26 หมื่นตัน นี้ก็ใกล้เคียงกับปริมาณของธาตุลิเทียมที่คำนวณจากหินเพกมาไทต์ จากแหล่งเรืองเกียรติ ปริมาณประมาณ 14.8 ล้านตัน และมีเกรดลิเทียมออกไซด์เฉลี่ย 0.45% ซึ่งก็เท่ากับมีลิเทียมอยู่ 0.0666 ล้านตัน หรือ 6.66 หมื่นตัน
ซึ่งถ้าเอาตัวเลข 6.66 หมื่นตันเป็นตัวตั้ง ว่าประเทศไทย ณ ขณะนี้ มีปริมาณธาตุลิเทียมที่น่าจะผลิตออกมาได้จากหินเพกมาไทด์ ไปเทียบกับข้อมูลแหล่งลิเทียมของประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ที่ USGS หรือ สำนักงานสำรวจธรณีวิทยาแห่งสหรัฐอเมริกา ได้ประมาณการไว้ล่าสุด ในปี 2023 ที่ผ่านมา จะเห็นว่ายังห่างไกลจากประเทศ Top10 อื่นๆ เป็นอย่างมาก
นอกจากนี้ ดร.เจษฎา ยังระบุอีกว่า ถ้าเทียบกับรถยนต์ไฟฟ้าเทสล่า Tesla โมเดล S หนึ่งคัน ที่ใช้ธาตุลิเทียมสำหรับทำแบตเตอรี่ประมาณ 62.6 กิโลกรัม ถ้ามี 1 ล้านคัน ก็ใช้ลิเทียมไป 62.6 ล้านกิโลกรัม หรือเท่ากับ 62,600 ตัน แค่นั้นเอง ซึ่งตัวเลข 6.26 หมื่นตันนี้ก็ใกล้เคียงกับปริมาณของธาตุลิเทียมที่คำนวณจากหินเพกมาไทต์ จากแหล่งเรืองเกียรติ ปริมาณประมาณ 14.8 ล้านตัน และมีเกรดลิเทียมออกไซด์เฉลี่ย 0.45% ซึ่งก็เท่ากับมีลิเทียมอยู่ 0.0666 ล้านตัน หรือ 6.66 หมื่นตัน
กพร.ยัน! ข้อมูลแร่ลิเทียมคลาดเคลื่อน ไม่ใช่อันดับ 3 ของโลก
ล่าสุดวันนี้ 19 ม.ค.67 กรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ หรือ กพร. ชี้แจงแล้วว่า พบแร่ 14.8 ล้านตันจริง แต่เป็น Mineral Resource ที่หมายถึงปริมาณทางธรณี ไม่ใช่ Lithium Resource ซึ่งหมายถึงปริมาณทรัพยากรโลหะลิเทียมที่โลกใช้เทียบกัน
ดังนั้น สรุปข้อมูลได้ว่า การนำข้อมูลปริมาณทางธรณีของทรัพยากรแร่ ไปเปรียบเทียบกับปริมาณทรัพยากร โลหะลิเทียม ของต่างประเทศ จึงอาจทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนว่าประเทศไทยมีปริมาณแร่ลิเทียมมากเป็นอันดับต้นๆ ของโลกได้
ทั้งนี้ ในปัจจุบันมีผู้ได้รับอาชญาบัตรพิเศษเพื่อสำรวจลิเทียมจำนวน 3 แปลง ในพื้นที่จังหวัดพังงา และมีคำขออาชญาบัตรเพื่อสำรวจลิเทียมในพื้นที่จังหวัดอื่นอีก เช่น จังหวัดราชบุรี และ จังหวัดยะลา โดยกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่จะเร่งรัดให้เกิดการสำรวจลิเทียมและแร่หายากเพิ่มขึ้น ให้ประเทศไทยมีข้อมูลพื้นฐานสำหรับการทำเหมืองลิเทียม เพื่อรองรับการเป็นฐานการผลิตแบตเตอรี่ลิเทียมไอออนของอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคต่อไป
ภาพ TNNOnline
ที่มาข้อมูล : -