TNN Exclusive by วิศรุต หล่าสกุล: “หวย ก ข” รูปแบบเสี่ยงโชคสมัยก่อน ที่ชาวไทย “ติดระงมทั้งวันทั้งคืน”

TNN

TNN Exclusive

Exclusive by วิศรุต หล่าสกุล: “หวย ก ข” รูปแบบเสี่ยงโชคสมัยก่อน ที่ชาวไทย “ติดระงมทั้งวันทั้งคืน”

Exclusive by วิศรุต หล่าสกุล: “หวย ก ข” รูปแบบเสี่ยงโชคสมัยก่อน ที่ชาวไทย “ติดระงมทั้งวันทั้งคืน”

“หวย ก ข” รูปแบบเสี่ยงโชคสมัยก่อน ที่ชาวไทย “ติดระงมทั้งวันทั้งคืน” ติดตามรอยทาง “การเสี่ยงโชค” ที่อยู่คู่กับแผ่นดินแหลมทองได้จากบทความนี้

นับเป็นเรื่องที่ปิติอย่างยิ่ง สำหรับ “ชาวลาวอพยพ” ที่ได้รับรางวัล “แจ็คพ็อต” ล็อตเตอรีพาวเวอร์บอลแห่งรัฐโอเรกอน สหรัฐอเมริกา เงินรางวัลราว 1,300 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ [ประมาณ 48,000 ล้านบาท] สร้างสถิติจำนวนเงินรางวัล “มากที่สุดอันดับที่ 8” ของพาวเวอร์บอลทั่วทั้งสหรัฐฯ อีกด้วย


แน่นอน หากกล่าวถึงเรื่องหวยแล้ว ย่อมต้องยอมรับตามตรงว่า มีความเกี่ยวพันกับ “ชาวไทย” อย่างแน่นแฟ้น 


ไม่เพียงแต่ในยุคร่วมสมัย แต่ยังมีมานานตั้งแต่สมัย “ต้นรัตนโกสินทร์” ที่เรียกกันว่า “หวย ก ข” เลยทีเดียว


ร่วมติดตามรอยทาง “การเสี่ยงโชค” ที่อยู่คู่กับแผ่นดินแหลมทองมาช้านานได้ ณ บัดนี้


คนจนก็หวังกับหวย


หากสืบย้อนรอยทาง “ประวัติศาสตร์สังคม” จะพบว่า การพนันด้านการเล่นหวย ปรากฎในสมัย “รัชกาลที่ 3” โดยรับมาจาก “ผู้อพยพชาวจีน” อีกทอดหนึ่ง เพราะตอนนั้น รัชกาลที่ 3 ทรงนิยมค้าขายกับชาวจีนอย่างมาก 


แต่พระองค์ไม่ได้ให้การสนับสนุน หวยจึงมีเล่นเฉพาะแต่ชาวจีนอพยพ แต่แล้ว ในที่สุด หวยก็ได้เปิดให้ชาวไทยเล่น ตามบันทึกของพระราชนิพนธ์ของรัชกาลที่ 3 ความว่า 


“เมื่อครั้งสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อปีเถาะ (พ.ศ. ๒๓๗๔) น้ำมาก เมื่อปีมะโรง (พ.ศ. ๒๓๗๕) น้ำน้อยข้าวแพง ต้องซื้อต่างประเทศเข้ามาจ่ายขาย คนไม่มีเงินจะซื้อข้าวกินต้องมารับจ้างทำงานคิดเอาเข้าเปนค่าจ้าง เจ้าภาษีนายอากรก็ไม่มีเงินจะส่ง ต้องเอาสินค้าใช้ค่าหลวงที่สุดจนจนผูกปี้ก็ไม่มีเงินจะให้ ต้องเข้ามารับทำงานในกรุงเทพฯ จึงทรงพระราชดำริห์แคลงไปว่า เงินตราบัว เงินตราครุธ เงินตราปราสาท ได้ทำใช้ออกไปก็มาก หายไปเสียหมด ทรงสงสัยว่าคนจะเอาไปซื้อฝิ่นมาเก็บไว้ขายในนี้ จึงโปรดให้จับฝิ่นเผาฝิ่นเสียเปนอันมาก ตัวเงินก็ไม่มีขึ้นมา แลจีนหงพระศรีไชยบาล (นายอากรสุรา) จึงกราบทูลว่าเงินนั้นไปตกอยู่ที่ราษฎร เก็บฝังดินไว้มากไม่นำออกใช้ ถ้าอย่างนี้ในเมืองจีนตั้งหวยขึ้นจึงมีเงินมา จึงโปรดให้จีนหงตั้งหวยขึ้นเมื่อเดือนยี่ปีมะแมจุลศักราช ๑๑๘๗ (พ.ศ.๒๓๗๘)”


ข้างต้น สามารถตีความได้ว่า ในช่วงที่ข้าวยากหมากแพง ประชาชนพากัน “ฝังเงินในไห” ไม่ยอมจ่ายอากรหรือจับจ่าย ส่งผลให้ข้าราชการหาเงินเข้าวังไม่ได้ พระองค์จึงทรงมอบหมายให้ “เจ๊กหง” เปิดบ่อนขึ้น เพื่อให้ประชาชนมา “แทงหวย” จะได้นำเงินเข้าพระคลัง อีกทอดหนึ่ง


โดยวิธีการเล่น นั่นคือ ผู้พนันต้องเลือก “ตัวอักษรไทย ก-ฮ” และ “นายบ่อน” จะทำการจับสลากว่า ผู้เล่นเลือกถูกหรือไม่ โดยเงินรางวัล จะคิดจากเงินที่ลงทุนทบไป “30 เท่า” เลยทีเดียว


ในกาลต่อมา ชาวไทยนิยมเล่นหวยอย่างมาก ชนิดที่ว่า “อากรหวย” เป็นรายได้หลักแก่พระคลัง แซงหน้าอากรอื่น ๆ เลยทีเดียว


ทั้งนี้ ความน่าสนใจของหวย นั่นคือ หวยได้ทำการ “เปลี่ยนแปลงภูมิทัศน์” ในสังคมไทย ให้เกิด “การใช้ชีวิตยามค่ำคืน” มากขึ้น ในสมัยที่ “ไฟฟ้า” ยังไม่ได้สว่างทั่วทิศ กลางคืนคือเวลาของ “ภูติผีปีศาจ” ประชาชนต่างปิดบ้านนอน ตัวใครตัวมัน


แต่เมื่อรัฐต้องการที่จะ “ควบคุมหวย” ในสมัยรัชกาลที่ 5 เนื่องจากการเล่นหวยนั้น “ขาดความศิวิไลซ์” นั่นทำให้ บรรดานายบ่อนจึงต้องหนีมาเปิดบริการในเวลากลางคืน เพื่อให้รอดพ้นจาก “สายตาภาครัฐ” เป็นที่ตั้ง


“ที่สนุกของกรุงเทพ มีอยู่เป็นหย่อม ๆ ตามบ่อนเบี้ยและโรงหวย เพราะมีคนไปเล่นเบี้ยและแทงหวย เที่ยวเตร่หาความสำราญ มีผู้คนพลุกพล่านในเวลาค่ำคืน”


ข้างต้น คือ ทรรศนะของ พระยาอนุมานราชธน ปราชญ์ด้านวรรณคดี ในประเด็นของการพนันยามค่ำคืน ซึ่งจะเห็นว่า นอกจากจะมีการเล่นหวยแล้ว ยังแถมมากับการเที่ยวกลางคืนอีกด้วย


มีการตั้งโรงหวยรับลูกค้ามาลงทุนไปจนถึงเวลา “สองนาฬิกา” ของวันใหม่ ซึ่งเป็นเวลาที่หวยออก ระหว่างที่รอนั้น โรงหวยก็จะมี “มหรสพ” ต่าง ๆ ไว้ดึงดูดใจ อาทิ การเล่นงิ้ว การแสดงละคร หรือ “โสเภณี”


เท่านั้นยังไม่พอ หากเล่นหวยแล้วไม่พอใจ ทางร้านยังมี เบี้ย ถั่ว โปปั่น โปกำ กำตัด และไพ่ คอยดึงดูดนักลงทุนอีกด้วย


ครับ สมหวังนะครับ


จะเห็นได้ว่า กิจการหวยของไทยนั้น เกิดขึ้นมาจาก “รัฐ” ที่อยากจะ “เก็บอากร” ของประชาชนเป็นที่ตั้งมาแต่ไหนแต่ไร แต่ภายหลังก็หันกลับมา “ควบคุม” ด้วยเห็นว่าเป็น “ความเสื่อมทราม” ในสังคม 


แต่แล้ว เมื่อประกาศใช้ ”พระราชบัญญัติอากรการพนัน แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2461” ในสมัยรัชกาลที่ 6 หวยก็แทบจะ “หมดสิ้น” ไปจากสังคมไทย


กระนั้น ใช่ว่ารัฐจะใจร้ายกับนักเสี่ยงโชคเสียทีเดียว เพราะได้มีหวยบางชนิด ที่ได้รับการอนุญาตให้ดำเนินการ อาทิ หวยเบอร์ “วันของเรา”


เรื่องนี้ ปรากฏข้อความบนหน้าหนังสือพิมพ์ BANGKOK TIMES ฉบับวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ.1919 [พ.ศ. 2461] ได้ลงประกาศผู้โชคดีที่ได้รับรางวัลที่ 1 เป็นผู้ถือตั๋วหมายเลข 294264 เป็นถึงกุมารแพทย์ อายุมากกว่า 60 ปี มีนามว่า “หมอน่วม” บ้านอยู่บางลำภูกลาง จังหวัดพระนคร 


ซึ่งหมอน่วมผู้นี้ได้ซื้อหวยเบอร์ “วันของเรา” ไว้เพียง 1 ฉบับเท่านั้น จากจำนวน 50 ฉบับที่อยู่ในเล่มเดียวกัน และมีอีกหลายรายที่เหมาทั้งเล่มที่มีถึง 50 ฉบับ ไม่ถูกรางวัลเลยก็มี หมอน่วมผู้นี้ถือเป็นนักเสี่ยงโชคที่ได้เป็นเศรษฐีหน้าใหม่ ในการออกหวยเบอร์ “วันของเรา” ในครั้งนี้


ซึ่งหวยเบอร์ในลักษณะดังกล่าว อาจจะเป็นหนึ่งใน “รอยทาง” ของ “การออกสลากกินแบ่งรัฐบาล” เลยทีเดียว


Exclusive by วิศรุต หล่าสกุล


แหล่งอ้างอิง


  • หนังสือ กรุงเทพฯ ยามราตรี
  • https://www.nat.go.th/ 
  • https://www.silpa-mag.com/culture/article_10768
  • https://www.bbc.com/news/world-us-canada-68925496

ข่าวแนะนำ