วิจัยชี้ฝุ่นพิษภัยเงียบสุดอันตราย PM2.5 เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน

วิจัยชี้ฝุ่นพิษภัยเงียบสุดอันตราย PM2.5 เพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน

สรุปข่าว

มีงานวิจัยจากวารสารการแพทย์ THE BMJ ได้ศึกษากลุ่มตัวอย่าง 12,000 ในเมืองเดลีและเมืองเจนไนทางตอนใต้ เป็นเวลาต่อเนื่อง 7 ปี ระดับ PM2.5 โดยเฉลี่ยต่อปีในเดลีอยู่ที่ 82-100 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนในเจนไนอยู่ที่ 30-40 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งมาตรฐานของค์การอนามัยโลก (WHO) จำกัดไว้ที่ 5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยพบว่าหากได้รับ PM2.5 เป็นเวลา 1 เดือนทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และหากได้รับ PM2.5 เป็นเวลานาน 1 ปีหรือมากกว่านั้น นำไปสู่ความเสี่ยงของโรคเบาหวาน โดยระดับ PM2.5 เฉลี่ยต่อปีที่เพิ่มขึ้นทุก ๆ 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์ จะเพิ่มความเสี่ยงการเป็นโรคเบาหวานขึ้น 22% ดร.วี โมฮาน ประธานมูลนิธิวิจัยโรคเบาหวานมาดราส หนึ่งในทีมวิจัย กล่าวว่า นอกจากอาหาร ความอ้วน และการออกกำลังกายเป็นปัจจัยที่ทำให้ชาวอินเดียในเมืองป่วยเป็นโรคเบาหวานมากกว่าชาวอินเดียในชนบท แต่อีกสาเหตุใหม่คือมลภาวะทางอากาด้วย PM2.5 ประกอบด้วยซัลเฟต ไนเตรต โลหะหนัก และคาร์บอนดำที่อาจทำลายเยื่อบุหลอดเลือดและเพิ่มความดันโลหิตโดยการทำให้หลอดเลือดแดงแข็งตัว อนุภาคสามารถสะสมอยู่ในเซลล์ไขมันและทำให้เกิดการอักเสบ และยังสามารถโจมตีกล้ามเนื้อหัวใจได้โดยตรง PM2.5 ยังขัดขวางการทำหน้าที่ของต่อมไร้ท่อ โดยขัดขวางการผลิตอินซูลิน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ทำหนน้าที่เปลี่ยนน้ำตาลในร่างกายของเราไปเป็นพลังงาน เมื่ออินซูลินทำงานไม่เต็มที่ ระดับน้ำตาลในเลือดก็จะสูงนั่นเอง จากข้อมูลต่างๆเหล่านี้ก็ทำให้เราต้องตระหนักถึงมลพิษทางอากาศเพิ่มขึ้น เพราะการลดมลพิษได้ก็จะเท่ากับเราลดความเสี่ยงการเกิดโรคเบาหวานได้ รวมไปถึงโรคต่างๆที่เกิดจาก PM2.5 ด้วย

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :