
คารอลีน ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ยืนยันในวันนี้ (3 เม.ย.) ว่า จากเดิมที่จีนที่ถูกเรียกเก็บภาษี 20% สำหรับสินค้าทั้งหมดที่ส่งไปยังสหรัฐฯ อยู่แล้ว ตอนนี้จีนจะต้องเผชิญกับภาษีใหม่ที่เพิ่มขึ้นเป็น 54% ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ประกาศการเรียกเก็บภาษีตอบโต้ 34% สำหรับสินค้าจากจีน ซึ่งจะถูกเพิ่มเข้าไปจากภาษี 20% ที่มีอยู่เดิม เพื่อกระตุ้นให้จีนจำกัดการไหลเข้าของสารเฟนทานิล (fentanyl) สู่สหรัฐฯ

สรุปข่าว
การเพิ่มภาษีในครั้งนี้อาจส่งผลให้ราคาสินค้าหลายรายการที่ชาวอเมริกันนำเข้าจากจีนมีราคาสูงขึ้นอย่างมาก โดยสหรัฐฯ ได้ทำการนำเข้ามูลค่าสินค้าจากจีนถึง 4.39 แสนล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา หรือราว 15 ล้านล้านบาท ซึ่งถือเป็นแหล่งนำเข้าที่ใหญ่ที่สุดอันดับสองรองจากเม็กซิโก
นอกจากนี้ ตั้งแต่วันที่ 2 พฤษภาคมนี้ อัตราภาษี 54% จะถูกนำมาใช้กับสินค้าที่มีมูลค่าน้อยกว่า 800 ดอลลาร์ หรือราว 27,500 บาท ที่ส่งมาจากจีนและฮ่องกง ซึ่งเดิมเคยได้รับการยกเว้นจากภาษีภายใต้ข้อยกเว้น "de minimis" ซึ่งหมายความว่า ชาวอเมริกันที่สั่งซื้อสินค้าจากบริษัทจีนที่ขายออนไลน์อย่าง AliExpress, Temu และ Shein อาจต้องจ่ายเพิ่มขึ้นถึง 54%
หากสินค้าที่มีมูลค่าน้อยกว่า 800 ดอลลาร์ถูกส่งผ่านบริการไปรษณีย์ธรรมดา จะถูกเรียกเก็บภาษีในอัตรา 30% หรือ 25 ดอลลาร์ หรือราว 860 บาท ซึ่งจะเพิ่มขึ้นเป็น 50 ดอลลาร์ หรือ 1,720 บาทต่อแพ็กเกจในเดือนมิถุนายน
เพื่อหลีกเลี่ยงภาษีที่มีอยู่ บางบริษัทจีนได้ย้ายการผลิตไปยังประเทศอื่นในเอเชียแล้ว แต่ภาษีตอบโต้ใหม่ที่ทรัมป์ประกาศซึ่งจะมีผลกับประเทศในเอเชียอื่น ๆ ก็จะส่งผลกระทบต่อจีนเช่นกัน โดยเวียดนามจะต้องเผชิญกับภาษี 46% และสินค้าจากกัมพูชาจะถูกเก็บภาษีที่อัตรา 49%

พิชญาภา สูตะบุตร