
เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส แถลงเมื่อวานนี้ (22 มกราคม) ว่า ชาวยุโรป รวมถึงฝรั่งเศสและเยอรมนี จะต้องปกป้องอำนาจอธิปไตยของตนมากกว่าที่เคย เมื่อเผชิญกับการกลับมารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของโดนัลด์ ทรัมป์ โดยมาครง แถลงข่าวร่วมกับนายกรัฐมนตรีโอลาฟ โชลซ์ ของเยอรมนี ในกรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส พร้อมกล่าวเพิ่มเติมว่า การสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์, เหล็กกล้า, เคมีภัณฑ์ และอื่น ๆ ถือเป็นเรื่องสำคัญ
มาครง กล่าวว่า “หลังการเข้ารับตำแหน่งของรัฐบาลใหม่ในสหรัฐฯ มันกลายเป็นหน้าที่ของชาวยุโรปและทั้งสองประเทศของเรา ที่ต้องทำหน้าที่ในการเสริมสร้างยุโรปให้เป็นหนึ่งเดียว, แข็งแกร่ง และมีอำนาจอธิปไตยมากกว่าที่เคยเป็น”
ทั้งนี้ มาครงและโชลซ์ ประชุมกันในกรุงปารีส เพื่อหารือประเด็นยูเครนและเศรษฐกิจ ขณะที่ยุโรปพยายามดิ้นรนอย่างหนักในการร่วมกันตอบโต้คำขู่ด้านภาษีจากทรัมป์ ที่เพิ่งสาบานตนเข้ารับตำแหน่งใหม่
ทรัมป์ ซึ่งขู่แคนาดา, เม็กซิโก และจีนด้วย เกี่ยวกับการปรับขึ้นภาษีให้สูงขึ้น แถลงในวันอังคารที่ผ่านมาว่า ยุโรปได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ ในระดับที่น่าวิตก
ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปจำนวนมาก มีเศรษฐกิจที่พึ่งพาการส่งออก ซึ่งกำลังเผชิญกับต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้น เนื่องจากสงครามในยูเครนและการค้าที่ชะลอตัวกับจีน ทำให้ประเทศเหล่านี้ไม่ยินดีกับการเผชิญหน้ากับสหรัฐฯครั้งใหม่ แต่ในสหภาพยุโรปเอง ก็ยังมีความเห็นไม่ตรงกันว่าจะใช้มาตรการตอบโต้อย่างไร
ด้านโชลซ์ กล่าวว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ จะเป็นความท้าทายสำหรับยุโรป แต่ยุโรปก็คงต้องเข้มแข็งต่อไปในโลกที่มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

สรุปข่าว