

สรุปข่าว
สมาชิกรัฐสภาฝ่ายค้านของฝรั่งเศสทั้งขวาจัดและฝ่ายซ้าย ลงมติสนับสนุนญัตติไม่ไว้วางใจรัฐบาล เมื่อวันวานนี้ (4 ธันวาคม) โค่นอำนาจนายกรัฐมนตรีมิเชล บาร์นิเยร์ และรัฐบาลของเขา ด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 331 เสียง ส่งผลให้ประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของสหภาพยุโรป (อียู) เผชิญวิกฤตทางการเมืองมากยิ่งขึ้น และยังลามไปถึงความสามารถในการออกกฎหมายและควบคุมการขาดดุลงบประมาณจำนวนมหาศาลของประเทศด้วย
นายกรัฐมนตรีบาร์นิเยร์ คาดว่าจะยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง พร้อมกับรัฐบาลของเขาต่อประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ทันที
ทั้งนี้ ไม่เคยมีรัฐบาลฝรั่งเศสชุดใดที่แพ้การลงมติไม่ไว้วางใจตั้งแต่การลงมติของจอร์จ ปงปีดู อดีตประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสในปี 2505 ส่วนครั้งนี้ มาครงเป็นผู้ทำให้เกิดวิกฤตด้วยการเรียกร้องให้มีการเลือกตั้งกะทันหันในเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้รัฐสภามีการแบ่งฝักแบ่งฝ่าย
ฝรั่งเศสเสี่ยงที่จะยุติปีนี้โดยไม่มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ หรือไม่มีงบประมาณปี 2568 แม้ว่ารัฐธรรมนูญ จะอนุญาตให้มีมาตรการพิเศษที่สามารถหลีกเลี่ยงการปิดหน่วยงานของรัฐบาลในลักษณะเดียวกับสหรัฐฯ ก็ตาม
นอกจากนี้ ความวุ่นวายทางการเมืองของฝรั่งเศสจะทำให้สหภาพยุโรป ซึ่งกำลังได้รับผลกระทบจากการล่มสลายของรัฐบาลผสมของเยอรมนี อ่อนแอลงกว่าเดิม และเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ก่อนที่โดนัลด์ ทรัมป์ จะกลับเข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯในวันที่ 20 มกราคมนี้
ที่มาข้อมูล : -