

สรุปข่าว
ศาสตราจารย์คีธ วอร์ริเนอร์แห่งมหาวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การอาหาร "เกลฟ์" (University of Guelph Food Science) กล่าวว่า เตือนว่า การระบาดของเชื้อ "อีโคไล" ที่คล้ายกับกรณีที่เกิดกับเชนร้านฟาสต์ฟู้ดแฮมเบอร์เกอร์ในสหรัฐฯ อาจพบได้มากขึ้น โดยเป็นผลกระทบจากปัญหาโลกร้อน ซึ่งทำให้เกิดน้ำท่วมมากขึ้น ทำให้เชื้อแพร่ไปกับน้ำ และอุณหภูมิที่สูงขึ้นเนื่องจากโลกร้อน ยังทำให้เชื้ออีโคไลมีชีวิตอยู่ได้นานขึ้นด้วย
ทั้งนี้ มีผู้เสียชีวิต 1 คนและล้มป่วยอีก 49 คน เกี่ยวข้องกับการรับประทานเมนูแฮมเบอร์เกอร์ควอเตอร์ พาวเดอร์ในร้านแมคโดนัลด์ในสหรัฐฯ
ด้านศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ หรือ CDC รายงานว่า เกิดการระบาดของเชื้ออีโคไล พบผู้ล้มป่วยในแถบเวสต์และมิดเวสต์ของสหรัฐฯ โดยมี 10 คนต้องส่งไปรักษาในโรงพยาบาลเนื่องจากมีอาการแทรกซ้อนร้ายแรง ทางซีดีซีกำลังสอบสวนการระบาดของอีโคไลแล้ว
ทั้งนี้ร้านฟาสต์ฟู้ดดังกล่าว สงสัยว่าหัวหอมใหญ่ปนเปื้อนจะเป็นสาเหตุ พยายามควบคุมความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้น ด้วยการงดใช้หัวหอมใหญ่ และถอนเมนูต้นเหตุออกไปแล้ว โฆษกแมคโดนัลด์ยืนยันว่า ปัญหาการระบาดของอีโคไลจำกัดอยู่แต่เพียงในสหรัฐฯ เท่านั้น
ล่าสุดได้ถอนเมนูเจ้าปัญหาควอร์เตอร์ พาวเดอร์ ออกจากร้านประมาณ 1 ใน 5 ของสาขาทั้งหมด 14,000 แห่งในกว่า 10 รัฐในสหรัฐฯ โดยเฉพาะในรัฐโคโลราโด , แคนซัส , ยูทาห์ และไวโอมิ่ง และร้านสาขาบางส่วนในรัฐไอดาโฮ , ไอโอวา , มิสซูรี , มอนทาตา , เนบราสกา , เนวาดา , นิวเม็กซิโกและโอกลาโฮมา
ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดการระบาดของเชื้ออีโคไลในเชนร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดขนาดใหญ่ในสหรัฐฯ การระบาดในครั้งก่อน ๆ เคยส่งผลให้ผู้บริโภครู้สึกขยาด จนงดเข้าร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดที่พบปัญหา เป็นเวลานานถึงหลายเดือน.
ภาพจาก: รอยเตอร์
ที่มาข้อมูล : -