คาดศก.จีนไม่มีโอกาสโตสูงถึงร้อยละ 8

สรุปข่าว

ดร.อาร์ม ตั้งนิรันดร ผู้อำนวยการศูนย์จีนศึกษาและรองคณบดี คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มองว่า ปัจจุบัน เศรษฐกิจอยู่ในภาวะไม่แย่แต่ไม่ดี เพราะมีปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นจากวิกฤตอสังหา เนื่องจากคนจีนดูความมั่งคั่งของตัวเองจากการถือครองสินทรัพย์อสังหาที่ปัจจุบันซบเซามา 3 ปี ทำให้มีการรัดเข็มขัด ลดการจ้างงาน ลดกำลังการผลิต 


ดังนั้นรัฐบาลจีน จึงอัดบาซูก้าเศรษฐกิจจีน ได้แก่ 1. เพิ่มสภาพคล่องและการปล่อยสินเชื่อ ลดดอกเบี้ยนโยบาย ลดอัตราส่วนเงินรองรับตามกฎหมายธนาคารพาณิชย์ 2.พยุงภาคอสังหาริมทรัพย์ ลดดอกเบี้ยสินเชื่อที่อบู่อาศัย ผ่อนคลายเงินดาวน์บ้านหลังที่ 2 3.เครื่องมือสนับสนุนตลาดหุ้น 


อย่างไรก็ตามมองว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตที่ร้อยละ 3-5 ไม่มีโอกาสโตถึงร้อยละ 8 ได้อีกแล้ว เพราะการชะลอตัวของการบริโภคและการลงทุน การไม่มีมาตรการหนุนภาคอสังหาฯ ในอนาคตแล้ว ดังนั้นจีนจึงกำลังสร้างอุตสาหกรรมใหม่ เช่น พลังงานสะอาด ขึ้นมาทดทแนภาคอสังหาฯ ที่ซบเซา เพื่อไม่ให้เศรษฐกิจทรุด 


ส่วนกรณีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ หากใครได้ตำแหน่ง ย่อมเกิดผลกระทบต่อการค้าโลกต่างกัน โดยหากคามาลา แฮร์ริส ชนะ มีแนวโน้มว่า จะสายต่อแนวนโยบายของโจ ไบแดน เน้นที่อุตสาหกรรมเชิง

ยุทธศาสตร์ ที่ใช้การตั้งมาตรการกีดกันทางภาษีสูงใน 3 อุตสาหกรรม  คือ การแพทย์ ยุทธศาสตร์ที่เกี่ยวกับความมั่นคง อุตฯแห่งอนาคต คือ พลังงานสะอาด ส่วนเรื่องอื่นยินดีซื้อขายกับจีน


ส่วนถ้าโดนัลด์ ทรัมป์ชนะ คาดว่าจะสานต่อนโยบายเดิม หรือ ทรัมป์ 2.0 ซึ่งจะรุนแรงกว่าทรัมป์ 1.0 จะมีการขึ้นกำแพงภาษีสินค้าจากจีนร้อยละ 60 จาก 4 เท่าจากของเดิม และตั้งกำแพงภาษีสินค้าจากทั่วโลกร้อยละ 10  ซึ่งจะเร่งกะแสการไหลออกของทุนและสินค้าจีน ประเทศอื่นๆ อาจต้องค้าขายกันเองมากขึ้น 


ส่วนสิ่งที่ธุรกิจไทยต้องปรับตัวท่ามกลางความท้าทายมี 5 ข้อ ได้แก่ 1.บุกตลาดสหรัฐฯ และยุโรป ต้องทำให้ได้มาตรฐาน 2.บุกตลาดจีน แต่ของต้องถูกและคุณภาพดี การท่องเที่ยวและบริกาน ชอบสินค้าที่มีองค์กรประกอบทางวัฒนธรรม มีเรื่องราวน่าสนใจ  3.บุกตลาดอาเซียน 4.กระจายความเสี่ยงในการบุกตลาด ค้าขายกันเองในเอเชีย ตะวันออกกลาง  และ 5.ต้องแข็งแรง ลดต้นทุน เพิ่มมูลค่าสินค้า


ที่มา ทีทีบี


ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

แท็กบทความ