

สรุปข่าว
วันนี้ (14 มิ.ย.64) เว็บไซต์ข่าว CNBC รายงานว่า เมื่อเวลา 01.52 น. วันจันทร์ตามเวลาสหรัฐฯ ตรงกับเวลา 13.52 น. วันเดียวกันตามเวลาในไทย บิตคอยน์ ราคาเพิ่มขึ้นเป็นหน่วยละ 39,533.81 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1,230,000 บาท ตามข้อมูลของคอยน์เดสก์ ซึ่งเป็นเว็บไซต์ข่าวคริปโตเคอเรนซี หลังจากมัสก์ทวีตก่อนหน้านั้นราว 1 ชั่วโมงว่า บริษัทรถไฟฟ้าเทสลาของเขาจะรับชำระเงินด้วยบิตคอยน์ หากมีการยืนยันว่าผู้ขุดบิตคอยน์ใช้พลังงานสะอาดอย่างสมเหตุสมผลในอนาคต โดยวงเล็บตัวเลขการใช้พลังงานสะอาดไว้ที่ 50% เขาทวีตแก้ต่างด้วยว่า เทสลาขายบิตคอยน์ที่ถืออยู่เพียง 10% เท่านั้น เพื่อยืนยันว่าบิตคอยน์มีสภาพคล่อง โดยไม่ได้มีผลต่อตลาดแต่อย่างใด
CNBC ระบุว่า ตั้งแต่ต้นปีนี้เป็นต้นมา บิตคอยน์ราคาเพิ่มขึ้นกว่า 30% โดยไปทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่หน่วยละ 64,829.14 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 2,017,000 บาท ในเดือนเมษายน เทสลาเคยแจ้งต่อคณะกรรมการกำกับดูแลหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ในเดือนกุมภาพันธ์ว่า ซื้อบิตคอยน์ไว้มูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 46,670 ล้านบาท และจะรับชำระเงินด้วยบิตคอย์ ทำให้ราคาคริปโตเคอเรนซีสกุลนี้ทะยานขึ้นทันที แต่หลังจากมัสก์ทวีตเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมว่า ระงับการชำระเงินด้วยบิตคอยน์ เพราะกังวลเรื่องมีการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลเพิ่มขึ้นมากเพื่อขุดบิตคอยน์ ส่งผลให้ราคาดิ่งลงมา
ทั้งนี้ บิตคอยน์ถูกสร้างขึ้นโดยบรรดานักขุดที่ใช้คอมพิวเตอร์พลังสูงๆ เพื่อแก้ปัญหาคณิตศาสตร์ซับซ้อน เป็นกระบวนการใช้พลังงานมาก มักอาศัยไฟฟ้าที่ผลิตจากเชื้อเพลิงฟอสซิลโดยเฉพาะถ่านหิน ปัจจุบัน นักขุดบิตคอยน์เป็นชาวจีนมากที่สุดในโลก คิดเป็นสัดส่วน 75% ของทั้งโลก และมักจะใช้เชื้อเพลิงถ่านหินที่มีราคาถูก มากกว่าเปลี่ยนไปใช้พลังงานหมุนเวียนที่มีราคาแพงกว่า
การศึกษาพบว่า คาร์บอนฟุตปรินต์ หรือปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ปล่อยออกมาจากขุดบิตคอยน์ มีขนาดใหญ่เท่ากับหนึ่งในสิบเมืองใหญ่ที่สุดของจีน และการใช้พลังงานในการขุดบิตคอยน์ในปัจจุบัน เทียบเท่ากับปริมาณพลังงานที่ใช้ตลอดทั้งปีในประเทศเนเธอร์แลนด์
ที่มาข้อมูล : -