

สรุปข่าว
วันนี้ ( 2 เม.ย.64) นายกิรณ ลิมปพยอม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บ้านปู เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “การเข้าซื้อโรงไฟฟ้า Nakoso IGCC นับเป็นอีกก้าวหนึ่งสู่ความสำเร็จของการขยายพอร์ตพลังงานไฟฟ้าอย่างสมดุล เราได้บริษัทชั้นนำระดับโลกอย่าง บริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น เพาเวอร์ จำกัด ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านการพัฒนาโรงไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพมาอย่างยาวนานเป็นผู้ร่วมทุน ที่สำคัญ การลงทุนครั้งนี้นับว่ามีความเสี่ยงต่ำ เนื่องจากมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาว รวมถึงมีสัญญาจัดหาเชื้อเพลิงระยะยาวเป็นที่เรียบร้อยแล้ว และยังได้นำจุดแข็งของแต่ละพันธมิตรมาใช้ในการบริหารโครงการตามโครงสร้างเพื่อกำหนดบทบาทและหน้าที่อย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังสอดรับกับยุทธศาสตร์ของบ้านปู เพาเวอร์ที่มุ่งแสวงหาโอกาสการลงทุนในโครงการที่ใกล้เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ (Brownfield) ที่สามารถสร้างกระแสเงินสดได้ทันที เน้นการใช้เทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม (High Efficiency, Low Emissions: HELE) ในตลาดที่มีความต้องการใช้ไฟฟ้าสูง และได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาล ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการขยายกำลังผลิตไฟฟ้าให้เติบโตตามเป้าหมายอย่างยั่งยืน พร้อมสร้างกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง”
สำหรับ โรงไฟฟ้า Nakoso IGCC ถือเป็นโรงไฟฟ้า IGCC แห่งแรกที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นโรงไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (Commercial Scale) ที่ใหญ่ที่สุด ณ ปัจจุบัน ภายใต้การร่วมทุนของ 5 บริษัท (Joint Venture Partners) โดยมีบริษัท มิตซูบิชิ คอร์ปอเรชั่น เพาเวอร์ จำกัด ประเทศญี่ปุ่น เป็นผู้พัฒนาหลัก โดยใช้เทคโนโลยี IGCC ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงสุดในกลุ่มโรงไฟฟ้า HELE เทคโนโลยีดังกล่าวเป็นการผสมผสานระหว่างเทคโนโลยีการแปลงสถานะถ่านหินให้เป็นก๊าซ (Gasification) กับโรงไฟฟ้าพลังความร้อนร่วมกังหันก๊าซ (Gas Fired Combined Cycle Plant) เข้าด้วยกัน ทำให้โรงไฟฟ้า Nakoso IGCC มีประสิทธิภาพในการผลิตไฟฟ้าสูง สามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้นจากจำนวนตันของถ่านหินที่ใช้เท่ากัน ตลอดจนการผลิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้น อีกทั้งยังเป็นโรงไฟฟ้าที่ผ่านการศึกษาวิจัยเพื่อพัฒนามานานว่า 30 ปี นอกจากนี้ โรงไฟฟ้า Nakoso IGCC จะจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบสายส่งของประเทศญี่ปุ่นตามสัญญาการซื้อขายไฟฟ้า (PPA) ระยะยาว และมีสัญญาการจัดหาเชื้อเพลิงระยะยาวเช่นกัน ทั้งนี้ บริษัทฯ คาดว่าจะเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์โรงไฟฟ้าดังกล่าวภายในเดือนเมษายน 2564 และจะรับรู้รายได้ในช่วงไตรมาส 2/2564
“บ้านปู เพาเวอร์ ยังคงมองหาโอกาสการลงทุนในโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไปและพลังงานหมุนเวียนอย่างต่อเนื่อง โดยกำลังศึกษาความเป็นไปได้ในธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงทั่วไปในประเทศที่กลุ่มบ้านปูดำเนินธุรกิจอยู่ เช่น สหรัฐอเมริกา และในประเทศอื่นๆ ที่มีศักยภาพ” นายกิรณ กล่าว
ที่มาข้อมูล : -