

สรุปข่าว
น.ส.วิลาสินี บุญมาสูงทรง ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล. โกลเบล็ก หรือ GBS เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์นี่คาดว่า แกว่งตัว Sideway แม้จะได้ปัจจัยหนุนจากการรายงานตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ของไทยหดตัว -4.2% ปรับตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับการหดตัว -6.4% ในไตรมาส 3/63 และGDP ญี่ปุ่นขยายตัว 12.7% ซึ่งออกมาดีกว่าคาด ส่วนการประชุม ครม. ที่ผ่านมาอนุมัติ โครงการ “ม33 เรารักกัน” ซึ่งผู้ที่มีสิทธิจะได้รับเงินโอนคนละ 4,000 บาท สามารถ
ลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 21 ก.พ.-7 มี.ค.นี้ จำนวน 9 ล้านราย
ด้านปัจจัยกดดันตลาดคือ สถานการณ์ทางการเมืองต้องติดตามการชุมนุมของกลุ่มราษฎร และการรายงานผลการดำาเนินงานงวดปี 63 ของบริษัทจดทะเบียนที่ทยอยประกาศออกมา ซึ่งมีแนวโน้มต่ำกว่าปี 62 กดดันดัชนีให้เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,500 -1,550 จุด ส่วนปัจจัยที่ติดตาม เช่น อียูเปิดเผย GDP ในไตรมาส 4/ 63 รวมถึงตัวเลขดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจเดือนกุมภาพันธ์ และสหรัฐก็มีการเปิดเผยดัชนีภาคการผลิตในเดือนกุมภาพันธ์เช่นกัน นอกจากนี้วันที่ 16-19 ก.พ. มีการอภิปรายไม่ไว้วางใจฯ และจะลงมติในวันที่20 ก.พ. และวันที่ 1 มี.ค.เป็นวันสุดท้ายที่กำหนดให้บริษัทจดทะเบียนส่งงบการเงินงวดปี 63
ทั้งนี้แนะนำลงทุนในหุ้นที่คาดว่าจะมีการประกาศผลประกอบการในปี 63 ออกมาดีประกอบด้วย TACC, TNP, SONIC, BIZ และเพิ่มน้ำหนักลงทุนในหุ้นกลุ่มธนาคารที่เป็น Laggard ในแง่ของ valuation โดยกลุ่มธนาคารซื้อขายายที่ระดับ PBV 0.72 เท่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยสูงสุดในอดีต ที่ระดับ 2.04 เท่า Top Pick เลือก BBL, TISCO
นายณัฐวุฒิ วงศ์เยาวรักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ทองคำมีโอกาสรีบาวด์ได้แต่หากไม่ผ่านแนวต้านที่ 1,860-1,870 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ให้ระวังแรงขาย เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปียังทรงตัวใกล้ระดับ 1.15% เป็นปัจจัยกดดัน และให้จังหวะสะสมที่แนวรับ 1,800 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ เนื่องจากจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัส COVID-19 ทั่วโลกที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและเฟดยังคงเดินหน้าเพิ่มขนาดงบดุลยังเป็นปัจจัยช่วยพยุงราคาทองคำ
ที่มาข้อมูล : -