รมว.คลัง หนุนแพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิต เล็งเก็บ Carbon tax ตามโมเดล ตปท.

รมว.คลัง หนุนแพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิต เล็งเก็บ Carbon tax ตามโมเดล ตปท.

สรุปข่าว

นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง กล่าว ปัญหาโลกร้อน ถือเป็นปัญหาที่ต้องให้ความสำคัญ และสร้างการตระหนักรู้ถึงความรุนแรงของปัญหาโลกร้อน เพื่อช่วยกันขับเคลื่อนแนวทางการแก้ไข

.

ในระดับนานาชาติมีการทำสัญญาประชาคมเพื่อร่วมมือกันแก้ปัญหาโลกผ่านเวที COP26 ซึ่งประเทศไทยก็ต้องดำเนินตามแนวทางนี้ โดยต้องลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 30% ในอีก 6 ปีข้างหน้า หรือภายในปี ค.ศ.2030 

.

จากนั้นต้องก้าวเข้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี ค.ศ.2050 และไปสู่เป้าหมาย Net zero ในปี ค.ศ.2065 ซึ่งช่วงเวลาที่เหลืออีก 6 ปีนั้น หากประเทศไทยไม่สามารถทำได้ ก็เชื่อว่าจะมีผลกระทบแน่นอน

.

ตอนนี้เราปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ 370 ล้านตัน ถ้าต้องลด 30% ให้ได้ตามเป้า ก็คือต้องลดให้ได้ 120 ล้านตัน ซึ่งเหลือเวลาแค่ 6 ปี

.

ทั้งนี้ การจะดำเนินการให้สำเร็จได้นั้น จำเป็นต้องมี 3 สิ่งสำคัญ คือ 

.

1.ต้องมี Carbon Credit จัดเก็บไว้อย่างเพียงพอ 

2.ต้องมีนโยบาย และการกำกับที่สร้างความเชื่อมั่นว่าวิธีจัดเก็บ Carbon มีความเป็นสากล และเป็นที่ยอมรับของทั่วโลก และ 

3. ต้องซื้อ-ขายได้ผ่านแพลตฟอร์มเหมือนเครื่องมือทางการเงินอื่น ๆ ซึ่งปัจจุบันมีศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลไทย (TDX) อยู่แล้ว แต่ยังไม่ active

.

นายพิชัย กล่าวว่า ปัจจุบันยังมีความท้าทายอยู่ ถ้าประเทศไทยสามารถจัดเก็บ Carbon Credit ได้มากกว่าที่ควรเป็น ประเทศไทยก็จะเป็นผู้ส่งออก Carbon Credit ได้ด้วย แทนที่จะเป็นแค่ผู้ซื้อ และมองว่าการผลักดันให้มีแพลตฟอร์มซื้อขาย Carbon Credit ในประเทศไทย คาดว่าจะใช้เวลาไม่นานเพราะมีรูปแบบอยู่แล้ว จะยากแค่เพียงการสร้างความรู้ความเข้าใจให้กับผู้ประกอบการเท่านั้น

.

"สำหรับเรื่องภาษี ยังไม่ได้กำหนดว่า Capital gain tax ต้องมีหรือไม่ แต่การซื้อขายในตลาดทุนปกติทั่วไป ก็ไม่ได้เก็บอยู่แล้ว แต่ในส่วนของ Carbon tax นั้น สิงคโปร์เริ่มแล้ว ประเทศไทยก็คงต้องเริ่ม" 

.

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

แท็กบทความ

แพลตฟอร์มซื้อขายคาร์บอนเครดิต
โลกร้อน
carbon credit
มลภาวะ
โรงงานปล่อยของเสีย