“ภาวะโลกร้อน” ทำให้ฤดูกาลปั่นป่วน กระทบการอพยพของนก ขยายพันธุ์ช้าลงแถมไร้อาหารเลี้ยงลูก

เมื่อใกล้เข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิ นกที่อพยพหนีหนาวจำนวนมากจะเริ่มต้นการเดินทางจากจากทวีปแอฟริกาทางตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารากลับมาทำรังและเตรียมพร้อมขยายพันธุ์ แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนกำลังคุกคามวงจรชีวิตของนกเหล่านั้น เนื่องจากอุณหภูมิโลกที่สูงขึ้นทำให้ฤดูใบไม้ผลิมาเร็วกว่าปกติ ส่งผลกระทบกับวัฏจักรชีวิตของหนอน และแมลง รวมถึงการบานของดอกไม้ ซึ่งทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นอาหารของนกอพยพจำนวนมากที่ใช้เลี้ยงดูลูกอ่อนที่ฟักออกจากไข่ เมื่อนกอพยพมาถึงปริมาณอาหารก็ไม่เพียงพอ โอกาสรอดชีวิตของลูกนกจึงลดต่ำลงไปด้วยเข่นกัน 

“ภาวะโลกร้อน” ทำให้ฤดูกาลปั่นป่วน กระทบการอพยพของนก ขยายพันธุ์ช้าลงแถมไร้อาหารเลี้ยงลูก

สรุปข่าว

นกอพยพกำลังเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศ ฤดูใบไม้ผลิที่มาก่อนกำหนดอาจทำให้พวกมันต้องเผชิญกับการขาดแคลนอาหารและอัตราการรอดลดลง นกที่สามารถปรับตัวได้อาจรอดชีวิตและขยายพันธุ์ต่อไป ส่วนที่ปรับตัวไม่ได้อาจลดจำนวนลงอย่างน่าเป็นห่วง

การอพยพของนกถูกกำหนดด้วยปัจจัยทางชีววิทยา กระตุ้นด้วยโฟโตพีเรียด หรือ อัตราส่วนของแสงต่อความมืด อุณหภูมิแวดล้อม และสัญชาตญาณของนกจะทำให้พวกมันรู้สึกกระสับกระส่ายเมื่อถึงเวลาที่ต้องอพยพ นกที่สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงของฤดูกาลได้ทำให้พวกมันมีโอกาสรอดในการสืบพันธุ์ได้ แต่ก็มีนกอีกจำนวนมากที่ยังคงอพยพในช่วงเวลาเดิม ซึ่งในระยะยาวจะส่งผลต่อจำนวนของประชากรนกอพยพลดลงเรื่อย ๆ และกระทบกับระบบนิเวศ เนื่องจากพวกมันมีบทบาทสำคัญในการควบคุมประชากรหนอนและแมลง รวมถึงช่วยผสมเการให้กับพืชบางชนิด แต่ที่ผ่านมีข้อมูลการวิจัยพบว่านกอพยพมีอัตราการทำรังและวางไข่ลดลงถึงร้อยละ 30 แลดคาดการณ์ว่าหากภาวะโลกร้อนยังคงดำเนินต่อไปในอัตราเท่ากับปัจจุบัน จะทำให้อัตราการผสมพันธุ์และวางไข่ของนกอพยพลดลงถึงร้อยละ 43 ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าเป็นห่วง 

การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนเป็นปัญหาใหญ่ระดับโลกที่ส่งผลกระทบเป็นวงกว้างทั้งกับสิ่งมีชีวิต คน สัตว์ และพืช ดังนั้นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกและการรักษาสมดุลของระบบนิเวศก็อาจช่วยชะลอผลกระทบที่เกิดขึ้นให้ช้าลงได้บ้าง

ที่มาข้อมูล : theguardian.com

ที่มารูปภาพ : Envato

Thailand Web Stat