

สรุปข่าว
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราะห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยกับ TNN Online ว่า ค่าเงินบาทวันนี้อ่อนค่าทำสถิติใหม่แตะที่ระดับ 36.73 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดนับตั้งแต่พ.ย. 49 ซึ่งเป็นการอ่อนค่าในรอบ 15 ปี 8 เดือน จากเปิดตลาดช่วงเช้าที่ระดับ 36.58บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ และปิดตลาดที่ระดับ 36.60 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ
สำหรับสาเหตุเกิดจาก
1.เงินดอลลาร์แข็งค่าอย่างต่อเนื่อง
2.เงินเฟ้อสหรัฐฯเดือนมิ.ย.ทะลุ 9.1% และเงินเฟ้อทั่วโลกอยู่ระดับสูง หลังเกิดสงครามการค้ารัสเซีย-ยูเครนทำให้ราคาน้ำมัน-สินค้าปรับตัวขึ้น
3.ตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยแรงเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
4.นักลงทุนกังวลว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯจะเกิดภาวะถดถอยหากเฟดขึ้นดอกเบี้ยแรง
5.ภาวะเศรษฐกิจยุโรปเปราะบางทำให้ค่าเงินยูโรอ่อนค่าลงหากเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ กดให้ค่าเงินในภูมิภาคอ่อนค่าลงตามไปด้วย
6.ฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลออก โดยนักลงทุนต่างชาติเทขายหุ้นไทย ซึ่งตั้งแต่ต้นเดือนก.ค.-ปัจจุบันต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทย 540 ล้านบาทและซื้อสุทธิพันธบัตร 750 ล้านบาท
7. การขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ที่ถูกกดดันจากราคาสินค้าพลังงานที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงปัญหา Supply Chain Disruption ขณะที่การท่องเที่ยวจากต่างชาติเพิ่งจะเริ่มเร่งตัวดีขึ้น
สำหรับวันนี้บาทไทยอ่อนค่า 0.3% ฟิลิปปินส์ 0.46% มาเลเซีย 0.1% เกาหลีใต้ 1% อย่างไรก็ตาม สรุปได้ว่าสาเหตุที่เงินบาทอ่อนค่าเกิดจากปัจจัยภายนอกเป็นหลัก ส่วนปัจจัยในประเทศเป็นปัจจัยรองลงมา ดังนั้นผู้ส่งออกและผู้นำเข้าควรป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนเพื่อป้องกันความผันผวนที่เกิดขึ้นในอนาคต
ที่มานายพูน พานิชพิบูลย์
ภาพประกอบ ธนาคารกรุงไทย
ที่มาข้อมูล : -