

สรุปข่าว
นายเอนกพงศ์ พุทธาภิบาล รองผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไทยปรับตัวดีขึ้นหลังจากที่ภาครัฐคลายล็อกดาวน์ และออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ประกอบกับในช่วงไตรมาส 1 เข้าสู่ช่วงฤดูเก็บเกี่ยวทำให้ความต้องการสินเชื่อเพิ่มขึ้น ส่วนการแพร่ระบาดโอมิครอนแม้ว่าตัวเลขจะยังอยู่ระดับสูงแต่คนไม่ได้กังวลมากนักทำให้สินเชื่อเช่าซื้อยังเติบโตแม้ว่าธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สกัดเงินเฟ้อ แต่ดอกเบี้ยนโยบายของไทยยังไม่ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ดังนั้นหุ้นในกลุ่มไฟแนนซ์ยังน่าสนใจที่จะลงทุน
ทั้งนี้ในช่วงปี 64 ที่ผ่านมาหุ้นไฟแนนซ์ที่บล.เอเซียพลัสดูแลครอบคลุม 8 บริษัท (จำนำทะเบียน 3 บริษัทคือ MTC,SAWAD,TIDLOR เช่าซื้อรถบรรทุกคือ ASK,THANI บริการคือ BAM,JMT บัตรเครดิต คือ AEONTS) มีกำไรสุทธิ 23,623 ล้านบาท เติบโต 10% และในปี 65 กำไรสุทธิ 26,908 ล้านบาท เติบโต 13.9% โดยไตรมาส 4/64 กำไรสุทธิ 6,301 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 12.9%QOQ และเพิ่มขึ้น 0.6% YOY
สำหรับหุ้นที่น่าสะสมและลงทุนคือ TIDLOR ตั้งเป้าสินเชื่อปี 2565 เติบโตถึง 20-25% yoy สอดคล้องกับการขยายสาขาและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ นอกจากนี้ ยังตั้งเป้ารายได้ค่านายหน้าประกันภัยก็จะเติบโตถึง 30-35% yoy ขณะที่ตั้งเป้า Credit cost ปี 65 จะต่ำกว่า 1.5% และยังคงรักษา Coverage ratio ในระดับสูงต่อเนื่องคาดกำไรสุทธิปี 65 จะเติบโต 23% yoy จากแนวโน้มสินเชื่อและรายได้ค่านายหน้าประกันภัยเติบโตต่อเนื่อง
ขณะที่คาดกำไรสุทธิงวด 1Q65 จะฟื้นตัวทั้ง QoQ และ YoY ทั้งนี้ TIDLOR ประกาศจ่ายปันผลเป็นหุ้นในสัดส่วน 13 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ และเงินสด 0.274 บาท/หุ้น โดยฝ่ายวิจัยกำหนดราคาเป้าหมายปีนี้หลัง XD เท่ากับ 42 บาท (FV ก่อน XD 46 บาท) โดยยังแนะนำซื้อระยะกลางถึงยาว รับการฟื้นตัวของธุรกิจปีนี้
หุ้นอีกตัวคือ AEONTS ราคาเป้าหมาย 250 บาท คาดว่ากำไรสุทธิงวด 3Q64/65 ฟื้นตัวจากงวดก่อน (แต่ต่ำกว่าคาด 12%) จากการเปิดเมืองตั้งแต่ก.ย. 64 หนุนกิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมา ทำให้สินเชื่อฟื้นตัว และการตั้งสำรองหนี้ลดลง
นอกจากนี้ ยังคาดกำไรสุทธิงวด 4Q64/65 จะฟื้นตัวต่อเนื่อง จากความต้องการใช้สินเชื่อเพิ่มขึ้นในช่วงเทศกาลปีใหม่ คาดกำไรสุทธิปี 64/65 จะเพิ่มขึ้น 5% yoy และ65/66 เพิ่มขึ้น9% yoy จากแนวโน้มสินเชื่อสุทธิเติบโต ทั้งนี้ ยังต้องติดตามความเสี่ยงจากการระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอนอย่างใกล้ชิด หากรัฐบาลมีการจำกัดกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้น อาจจะส่งผลกระทบต่อสินเชื่อและการชำระหนี้ของลูกค้าได้บ้าง ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันมีค่า PER ปี 65/66 เพียง 11 เท่า พร้อมปันผล 3% ยังแนะนำซื้อ รับการฟื้นตัวของธุรกิจในปี 65/66
ที่มา นายเอนกพงศ์ พุทธาภิบาล รองผู้อำนวยการสายงานวิจัย บล.เอเซียพลัส
ภาพประกอบ บล.เอเซียพลัส,เงินติดล้อ
ที่มาข้อมูล : -