
ในยุคที่เทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวัน อาชญากรรมก็แปรเปลี่ยนรูปแบบตาม กลุ่มมิจฉาชีพที่เรียกว่า "แก๊งคนเทา" ได้พัฒนาวิธีการที่ซับซ้อนมากขึ้น ผสมผสานระหว่างการกระทำผิดในโลกจริงและโลกออนไลน์ ใช้เทคโนโลยีล้ำสมัยในการหลบเลี่ยงการตรวจจับ และสร้างเครือข่ายข้ามชาติที่ก่อให้เกิดความเสียหายมูลค่ามหาศาล
ล่าสุด ภายใต้นโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยได้เปิดปฏิบัติการพิเศษในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2568 เพียง 15 วัน สามารถทลายเครือข่ายอาชญากรรมไซเบอร์ถึง 4 เครือข่ายใหญ่ ที่มีมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 12,000 ล้านบาท เผยให้เห็นถึงขนาดและความซับซ้อนของปัญหาที่สังคมไทยกำลังเผชิญ
เครือข่ายที่ 1: "เว็บพนันยักษ์ใหญ่"
เครือข่ายพนันออนไลน์ที่มีสมาชิกกว่า 18,000 คน สร้างเงินหมุนเวียนมหาศาลถึง 11,520 ล้านบาทต่อปี หรือเฉลี่ยวันละ 31 ล้านบาท ใช้ระบบการเงินซับซ้อนผ่านบัญชีม้าจำนวนมาก เจ้าหน้าที่สามารถยึดทรัพย์สินมูลค่ารวม 10 ล้านบาท ประกอบด้วยเงินสด 3.9 ล้านบาท สมุดบัญชี 44 เล่ม บัตรกดเงิน 54 ใบ และรถยนต์หรู 3 คัน รวมถึงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก

สรุปข่าว
เครือข่ายที่ 2: "เครือข่ายพนันข้ามชาติ"
เว็บพนันที่มีเงินหมุนเวียน 500 ล้านบาทต่อปี พบการใช้บัญชีม้าถึง 56 บัญชี และบัตร ATM 40 ใบ ผู้ต้องหาให้การว่าทำงานมานาน 5-6 ปี เคยตั้งฐานที่มั่นในเมียนมาและกัมพูชา ก่อนย้ายกลับมาไทย มีการใช้เทคนิคพิเศษในการ "ปั่นสล็อต" เพื่อควบคุมการแพ้-ชนะของลูกค้า
เครือข่ายที่ 3: "ศูนย์บัญชาการคอนโดหรู"
ดัดแปลงห้องพักทั้งชั้นในคอนโดมิเนียมย่านพระราม 9 เป็นฐานปฏิบัติการ เช่าห้อง 6 ยูนิต ติดตั้งคอมพิวเตอร์ 20 เครื่อง โทรศัพท์ 25 เครื่อง พบเงินสด 265,950 บาท เงินหยวน 11,746 หยวน และเงินสกุลอื่นๆ มีเงินหมุนเวียนในระบบประมาณ 9 ล้านบาท ใช้ระบบชำระเงินผ่านกระเป๋าเงินดิจิทัล (Digital Wallet) แบบ Alipay
เครือข่ายที่ 4: "แก๊งคอลเซ็นเตอร์ข้ามชาติ"
กลุ่มมิจฉาชีพที่หลอกลวงการลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเฉพาะการซื้อขายเหรียญ USDT ผ่านแพลตฟอร์มปลอม "CIEX" สร้างความเสียหายรายเดียวถึง 390,000 บาท บางรายมีหมายจับซ้ำถึง 5 หมาย ในหลายจังหวัด จับกุมได้หลังมีการผลักดันผู้กระทำผิดจากประเทศเพื่อนบ้าน
ทุกเครือข่ายมีจุดร่วมสำคัญคือการใช้แรงงานต่างด้าวผิดกฎหมาย ที่เข้าเมืองด้วยวีซ่าท่องเที่ยวแต่ได้รับการว่าจ้างด้วยค่าตอบแทนสูงถึงเดือนละ 50,000 บาท มีการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในการหลบเลี่ยงการตรวจจับ และมีความเชื่อมโยงกับเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติ ทำให้การปราบปรามต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศ