
แพทย์หญิงจุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ และโฆษกกรมควบคุมโรค เปิดเผยถึงการพยากรณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในปี 2568 ว่า ผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่จะมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น 2 เท่า เมื่อเทียบกับปี 2567 ข้อมูลตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม - 18 กุมภาพันธุ์ปีนี้ มีผู้ป่วยสะสม 117,620 คน เสียชีวิตสะสม 9 คน โดยพบผู้ป่วยกว่า 20,000 คนต่อสัปดาห์ ทำให้คาดว่าปีนี้จะมีผู้ติดเชื้อไข้หวัดใหญ่กว่า 9 แสนคน สูงกว่าค่ามัธยฐานย้อนหลัง 5 ปี
กลุ่มอายุที่พบผู้ป่วยมากที่สุดอยู่ในกลุ่มเด็ก อายุ 5-9 ปี รองลงมาคือกลุ่มเด็ก อายุ 0-4 ปี , กลุ่มอายุ 10-14 ปี และอายุ 30 - 39 ปี ตามลำดับ สายพันธุ์ไข้หวัดใหญ่ ที่ตรวจพบมากที่สุดยังคงเป็นสายพันธุ์ A (H1N1) ร้อยละ 41.38 รองลงมา คือ สายพันธุ์ B ร้อยละ 31.90 และสายพันธุ์ A(H3N2) ร้อยละ 26.72

สรุปข่าว
ส่วนการระบาดเป็นกลุ่มก้อนของโรคไข้หวัดใหญ่ มีทั้งหมด 19 เหตุการณ์ ส่วนใหญ่พบในโรงเรียน, เรือนจำ 3, ค่ายโรงพยาบาลชุมชน และสถานสงเคราะห์ ทั้งนี้ขอ แนะนำประชาชนให้เข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ปีละ 1 ครั้ง โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้ป่วยที่มีโรคเรื้อรัง 7 กลุ่มโรค , หญิงตั้งครรภ์ , โรคอ้วน, เด็กอายุ 6 เดือนถึง 2 ปี ผู้พิการทางสมองและผู้สูงอายุ 65 ปีขึ้นไป
สำหรับปัจจัยที่ทำให้การระบาดในปีนี้สูงมาจากสภาพอากาศ ไม่ได้มาจากไวรัสที่มีความรุนแรงขึ้นการระบาดยังคงเป็นสายพันธุ์เดิมที่มีการระบาดเป็นประจำทุกปี และยืนยัน วัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์ ที่ครอบคลุมสายพันธุ์ A(H1N1) /สายพันธ์A (H3N2) และ สายพันธุ์ B วิคตอเรีย มีประสิทธิภาพป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่และลดความรุนแรงของโรคได้
ส่วนวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 4 สายพันธุ์ที่เพิ่มเข้ามานั้น คือ เพิ่มสายพันธุ์ B ยามากาตะ ซึ่งสถานการณ์การระบาดไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ B ยามากาตะไม่พบการระบาดอยู่ในไทย การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ 3 สายพันธุ์จึงเพียงพอในการป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดอยู่ในขณะนี้ พร้อมแนะนำประชาชนที่จะเดินทางไปยังต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศที่มีการระบาด เช่น ญี่ปุ่น ไต้หวัน ฮ่องกงสหรัฐอเมริกา ให้แนะนำฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ก่อนเดินทาง
ที่มาข้อมูล : กรมควบคุมโรค
ที่มารูปภาพ : AFP