เตือน! คนอ้วนมีโอกาสเสี่ยงเป็น "ไข้เลือดออกรุนแรง" กว่าคนน้ำหนักปกติ

โรคไข้เลือดออก เป็นโรคติดเชื้อไวรัสเดงกีที่มียุงลายเป็นแมลงนำโรค โรคนี้ได้กลายเป็นปัญหาสาธารณสุขในหลายประเทศทั่วโลก เนื่องจากโรคได้แพร่กระจายอย่างกว้างขวางและจำนวนผู้ป่วยเพิ่มขึ้นอย่างมากใน 30 ปีที่ผ่านมา มากกว่า 100 ประเทศที่โรคนี้กลายเป็นโรคประจำถิ่น และโรคนี้ยังคุกคามต่อสุขภาพของประชากรโลกมากกว่าร้อยละ 40 (2,500 ล้านคน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะพบมากในประเทศเขตร้อนและเขตอบอุ่น ซึ่งร้อยละ 70 ของผู้ป่วยทั้งหมดมาจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย

    

สำหรับประเทศไทยเริ่มมีรายงานพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกครั้งแรกในปี พ.ศ. 2492 และพบการระบาดครั้งแรกในปี พ.ศ. 2501 พบการระบาดใหญ่ที่สุดในปีพ.ศ. 2530 มีรายงานผู้ป่วยสูงถึง 170,000 กว่าราย เสียชีวิต 1,000 กว่าราย หลังจากนั้นประเทศไทยมีแนวโน้มของการพบผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกเพิ่มขึ้น 

เตือน! คนอ้วนมีโอกาสเสี่ยงเป็น "ไข้เลือดออกรุนแรง" กว่าคนน้ำหนักปกติ

สรุปข่าว

โรคไข้เลือดออก คุกคามต่อสุขภาพของประชากรโลกมากกว่าร้อยละ 40 (2,500 ล้านคน) โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะพบมากในประเทศเขตร้อนและเขตอบอุ่น ซึ่งร้อยละ 70 ของผู้ป่วยทั้งหมดมาจากประเทศในภูมิภาคเอเชีย

ความเสี่ยงของคนอ้วนต่อไข้เลือดออก 

      - ไม่ว่าจะเด็กอ้วนหรือผู้ใหญ่อ้วน ก็เสี่ยงเกิดอาการรุนแรงกว่า

      - โอกาสเสียชีวิตมากกว่า

      - โอกาสเกิดอาการช็อกจากไข้เลือดออกมากกว่า

      - โอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ไตวายเฉียบพลัน หัวใจล้มเหลว เกร็ดเลือดต่ำ เลือดออกผิดปกติ


ทั้งนี้ควรหลีกเลี่ยงไม่ให้ยุงกัด ควบคุมน้ำหนัก หากมีไข้สูงติดต่อกัน ควรไปพบแพทย์ทันที




วิธีป้องกันตัวเองจากไข้เลือดออก 

 - ควบคุมน้ำหนัก ให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ

 - เก็บบ้าน ให้สะอาด ไม่มีมุมอับทึบ

 - เก็บขยะ ไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ยุง

 - เก็บน้ำ ปิดฝาภาชนะให้มิดชิด ป้องกันยุงวางไข่

ที่มาข้อมูล : กองโรคติดต่อนำโดยแมลง กรมควบคุมโรค

ที่มารูปภาพ : Envato

avatar

null null
(chompoo_sri)

แท็กบทความ

ไข้เลือดออกไข้ยุงลาย
ไวรัสเดงกี
โรคไข้เลือดออก