

สรุปข่าว
กระทรวงทรัพย์ฯ ชูผลประชุม COP29 ในงานวันสิ่งแวดล้อมไทย เดินหน้าแก้วิกฤตโลกร้อน
กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม จัดงานวันสิ่งแวดล้อมไทยและวันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ (ทสม.) ประจำปี 2567 ภายใต้แนวคิด "Impact – Driven Policy: Empowering Action for Change รวมพลังลดโลกเดือด: เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลก" เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2567 ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ โรงแรมเซ็นทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ โดยมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นประธาน และนายจตุพร บุรุษพัฒน์ ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้กล่าวรายงาน
ดร.เฉลิมชัย กล่าวถึงความเป็นมาของวันสิ่งแวดล้อมไทย ซึ่งสืบเนื่องจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงห่วงใยปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ทวีความรุนแรงขึ้น โดยตลอดระยะเวลากว่า 30 ปี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้น้อมนำพระราชดำรัสมาเป็นแนวทางขับเคลื่อนภารกิจ โดยเน้นการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคประชาชนและเครือข่าย ทสม.
จุดเน้นสำคัญของงานในปีนี้คือการนำเสนอผลการประชุม COP29 ที่จัดขึ้น ณ ประเทศอาเซอร์ไบจาน เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยประเทศไทยได้แสดงจุดยืนชัดเจนในการยกระดับการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ การปฏิบัติตามเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก การบูรณาการแผนการปรับตัวระดับชาติให้เชื่อมโยงกับระดับท้องถิ่น และการพัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าสำหรับประชาชนในระดับพื้นที่
ประเทศไทยได้ตั้งเป้าหมายที่จะบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) ภายในปี ค.ศ. 2050 และมุ่งสู่การปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ (Net Zero GHG Emission) ในปี ค.ศ. 2065 โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ เน้นย้ำว่า การสนับสนุนด้านการเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศตามกรอบอนุสัญญาฯ เป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการดำเนินงาน
ภายในงานมีการจัดเสวนาหลายประเด็นสำคัญ นำโดย ดร.พิรุณ สัยยะสิทธิ์พานิช อธิบดีกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ครอบคลุมประเด็นสำคัญจาก COP29 ได้แก่ กรอบความโปร่งใสภายใต้ความตกลงปารีส (Transparency Framework) การเงินเพื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Finance) ความสูญเสียและความเสียหาย (Loss and Damage) การเสริมพลังการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Action for Climate Empowerment) การเสริมศักยภาพ (Capacity Building) และความร่วมมือภายใต้กลไกข้อ 6 ของความตกลงปารีส (Article 6)
งานครั้งนี้มีผู้เข้าร่วมจากภาคส่วนต่างๆ กว่า 800 คน ประกอบด้วย หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน เยาวชนและเครือข่ายสถานศึกษา องค์กรระหว่างประเทศ และเครือข่าย ทสม. นอกจากนี้ ยังมีการจัดแสดงนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับผลการประชุม COP29 และผลการดำเนินงานของเครือข่าย ทสม.
ที่สำคัญ การจัดงานครั้งนี้ยังเป็นการจัดงานแบบคาร์บอนนิวทรัลอีเว้นท์ โดยมีการนำคาร์บอนเครดิตจากโครงการลดก๊าซเรือนกระจกภาคสมัครใจตามมาตรฐานของประเทศไทย (T-VER) มาชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อส่งต่อโลกที่ยั่งยืนให้แก่คนรุ่นต่อไป
ภาพ Freepik
ที่มาข้อมูล : -