

สรุปข่าว
องค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ธรรมชาติ หรือ IUCN ประเมินว่ามีความเป็นไปได้มากที่จำนวนหมีขั้วโลกทั่วโลกจะลดลงมากกว่า 30% ภายในปี 2050 หรืออาจจะลดลงมากกว่านั้น โดยปัจจุบันพบว่า มีหมีขั้วโลกทั่วโลกประมาณ 31,000 ตัว 60-80% ของหมีขั้วโลกอยู่ที่แคนาดา
ซึ่งงานวิจัยที่เผยแพร่ในวารสาร Nature Communications Earth and Environment ระบุว่า หากโลกร้อนขึ้นเรื่อยๆ ก็จะส่งผลกระทบต่อประชากรหมีขั้วโลกในอ่าวฮัดสันของแคนาดา และอาจทำให้พวกมันต้องสูญพันธุ์อย่างเร็วที่สุดคือช่วงทศวรรษ 2030 เพราะพบว่า แผ่นน้ำแข็งบริเวณอ่าวฮัดตันแตกตัวเร็วกว่า และก่อตัวช้ากว่าในอดีต
อีกทั้งยังพบว่า ขอบเขตแผ่นน้ำแข็งในทะเลที่ปกคลุมพื้นที่ดังกล่าวลดแตะระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนพฤษภาคม ปัญหาสำคัญคือการที่หมีในพื้นที่ดังกล่าวนี้ขาดอาหารเพราะไม่มีพื้นน้ำแข็ง พวกมันไม่สามารถล่าแมวน้ำได้ โดยปกติพื้นหิมะในพื้นที่นี้จะละลายในช่วงหน้าร้อน และจะกลับมาแข็งตัวใหม่เมื่ออากาศเย็นลง แต่ในตอนนี้ปรากฏว่ามีน้ำแข็งบางส่วนที่ละลายแล้ว ไม่กลับมาแข็งตัวอีกเลยทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับชะตากรรมของหมีขั้วโลกประมาณ 4,000 ตัวที่อาศัยอยู่บริเวณดังกล่าว ขณะที่การวิจัยใหม่เพิ่มความเห็นพ้องของนักวิทยาศาสตร์ที่ว่าหมีในภูมิภาคนี้กำลังจะสูญพันธุ์ในทศวรรษหน้า ที่น่าเป็นห่วงอย่างมากก็คือจากการลงพื้นที่สำรวจปรากฏว่าหมีขั้วโลกที่อ่าวฮัดสันตะวันตกได้ลดลงครึ่งหนึ่งตั้งแต่ปี 1987
จากงานวิจัยก็จะเห็นว่า ภาวะโลกร้อนกำลังส่งผลกระทบต่อทั้งชีวิตมนุษย์ และสัตว์ต่าง ๆ มากมาย หากมนุษย์ไม่สามารถควบคุมการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิโลกได้ ก็จะส่งผลกระทบต่อประชากรสัตว์โลกอย่างหมีขั้วโลก และนำไปสู่การสูญพันธุ์อย่างแน่นอน
ที่มาข้อมูล : -