

สรุปข่าว
เมื่อวานนี้ (19 พฤศจิกายน) เนื่องในวันครบรอบ 1,000 วัน สงครามรัสเซีย-ยูเครน ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซียออกมาเตือนยูเครนให้ระวังการตอบโต้กลับจากรัสเซีย หลังจากยูเครนเปิดฉากใช้ขีปนาวุธพิสัยไกลที่ได้รับมาจากสหรัฐฯ บริเวณพรมแดนเป็นครั้งแรก โดยเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัสเซียยืนยันว่าการโจมตีของยูเครนในภูมิภาค “เบรียนสค์” (Bryansk) เมื่อวานนี้ยูเครนได้ใช้ขีปนาวุธประเภท ATACMS ซึ่งเป็นระบบขีปนาวุธที่กองทัพสหรัฐฯ มอบให้ ขณะที่ปูตินยังได้เตือนถึงภัยคุกคามจากนิวเคลียร์หลังจากการกระทำของยูเครนที่รัสเซียมองว่าเป็นการยั่วยุด้วย
นอกจากนี้แต่เมื่อวาน CNA รายงานว่าผู้นำรัสเซียยังได้ลงนามในกฤษฎีกาลดทอนเกณฑ์ต่าง ๆ ในการใช้อาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งจากความเคลื่อนไหวนี้ทำให้สหรัฐฯ สหราชอาณาจักร และสหภาพยุโรป ออกมาประณามรัสเซียว่าขาดความรับผิดชอบ
สำหรับในการประชุมสุดยอด G20 ที่บราซิล ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน กล่าวหาผู้นำที่เข้าร่วมการประชุมว่าล้มเหลวในการประณามภัยคุกคามนิวเคลียร์ของรัสเซีย รวมไปถึงยังได้โดยกล่าวว่าผู้นํารัสเซียไม่สนใจสันติภาพ
ส่วนนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศของรัสเซียกล่าวถึงการครบรอบ 1,000 วัน สงครามรัสเซีย-ยูเครน บนเวทีประชุมสุดยอด G20 ว่าการโจมตีครั้งล่าสุดนี้พิสูจน์แล้วว่าชาติตะวันตกต้องการยกระดับความขัดแย้งและรัสเซียจะตอบโต้การโจมตีนั้น
ทั้งนี้ เมื่อช่วงเที่ยงที่ผ่านมาตามเวลาประเทศไทย รอยเตอร์สรายงานว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐฯ ได้อนุมัติการส่ง “ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล” ให้ยูเครนใช้ในการทำสงครมกับรัสเซีย โดยการเคลื่อนไหวดังกล่าวอาจช่วยชะลอการโจมตีของรัสเซียในภาคตะวันออกของยูเครน อย่างไรก็ตามสหรัฐฯ เคยให้คำมั่นว่าจะไม่ใช้ทุ่นระเบิดดังกล่าวในพื้นที่ที่มีพลเรือนอาศัยอยู่
สำหรับ “ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล” นี้เป็นอาวุธที่ได้รับการออกแบบให้ติดตั้งอยู่ใต้ บน หรือใกล้พื้นดิน เพื่อให้เกิดการระเบิดเมื่อพบวัตถุเข้าใกล้ หรือระเบิดจากสัมผัสของบุคคลที่จะส่งผลให้บุคคลหนึ่งคนหรือมากกว่าเกิดทุพพลภาพ บาดเจ็บ หรือเสียชีวิต ทำให้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคลเป็นอาวุธที่มีผลกระทบทางมนุษยธรรมสูง
ที่มาข้อมูล : -