
ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหารหน่วยงานเครือข่ายกระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า การส่งออกอาหารไทยในปี 2567 ประสบความสำเร็จอย่างยอดเยี่ยม ทำนิวไฮที่มูลค่า 1,638,455 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สะท้อนถึงความแข็งแกร่งของอุตสาหกรรมอาหารไทยในตลาดโลก โดยมีปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนการเติบโตได้แก่ การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก, การเพิ่มขึ้นของผลผลิตทางการเกษตร และความเสถียรภาพของค่าเงินบาทที่อยู่ในกรอบเอื้อต่อการส่งออก
ในส่วนของสินค้าที่ส่งออกเติบโตโดดเด่น ได้แก่ ข้าว อาหารสัตว์เลี้ยง และผลิตภัณฑ์มะพร้าว ซึ่งแต่ละหมวดสินค้าต่างได้รับการตอบรับดีในตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะข้าวที่ได้รับความต้องการเพิ่มขึ้นจากหลายประเทศเนื่องจากภัยแล้งที่กระทบการผลิตในหลายพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีการขยายตลาดในแอฟริกา ตะวันออกกลาง และสหรัฐฯ ที่ยังคงเป็นตลาดหลักของสินค้าอาหารไทย

สรุปข่าว
ทั้งนี้ แนวโน้มการส่งออกในปี 2568 ยังคงมีความหวังที่จะเติบโตต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายการส่งออกที่ 1.75 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.8% โดยคาดการณ์ว่าจะได้รับการสนับสนุนจากการฟื้นตัวของผลผลิตทางการเกษตร เช่น มันสำปะหลัง อ้อย และสับปะรด รวมถึงการพัฒนาสินค้าคุณภาพสูงเพื่อรองรับความต้องการของตลาดทั่วโลก
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในปี 2568 ยังคงมีความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนในเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะนโยบายภาษีศุลกากรที่อาจจะเกิดขึ้นจากสหรัฐฯ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและอำนาจซื้อของผู้บริโภคในหลายประเทศ การเปิดศึกภาษีระหว่างชาติมหาอำนาจอาจทำให้การค้าโลกชะลอตัวลงและส่งผลกระทบต่อนักธุรกิจไทย
ทั้งนี้ คาดว่าอุตสาหกรรมอาหารไทยจะสามารถรับมือกับความท้าทายดังกล่าวได้ โดยการปรับตัวเข้าสู่ตลาดที่มีความต้องการสินค้าที่มีความหลากหลาย เช่น อาหารสัตว์เลี้ยง, ซอสและเครื่องปรุงรส รวมถึงอาหารพร้อมรับประทาน ซึ่งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการผลักดันการส่งออกในอนาคต
การพัฒนาและขยายตลาดในกลุ่มประเทศที่มีการเติบโตสูง เช่น จีน อินเดีย และสหรัฐฯ จะเป็นช่องทางการเติบโตใหม่ ๆ ที่ช่วยเสริมสร้างความมั่นคงให้กับอุตสาหกรรมอาหารไทยในปี 2568 อย่างต่อเนื่อง
ที่มาข้อมูล : หอการค้าไทย
ที่มารูปภาพ : หอการค้าไทย