บลูมเบิร์ก ระบุข้อมูลของบริษัทที่ปรึกษา “เบน แอนด์ โค.” พบว่า ยอดขายตลาดสินค้าหรูในจีน ปี 2567 น่าจะลดลงราวร้อยละ 20 นับเป็นการลดลงมากสุดตั้งแต่ปี 2554 เนื่องจากเศรษฐกิจจีนที่ชะลอตัวส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
การลดลงของยอดขายในตลาดสินค้าหรูจีนทำให้ขนาดของตลาดกลับมาใกล้เคียงกับระดับเมื่อปี 2563 ชะลอตัวจากที่เคยเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เนื่องจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคจีนที่เพิ่มขึ้นหลังวิกฤตโควิดผ่านพ้นไป
ข้อมูลจาก “เบน แอนด์ โค.” ล่าสุด ระบุว่า นาฬิกาหรูและจิวเวลรีเป็นกลุ่มที่มีการใช้จ่ายชะลอตัวมากสุด โดยยอดขายลดลงมากกว่าร้อยละ 30 เทียบกับปีก่อนหน้า ตามด้วยกลุ่มสินค้าเครื่องหนัง แฟชั่น และไลฟ์สไตล์ ที่ลดลงตามมา
ขณะที่ในปี 2568 โดยเฉพาะในช่วงครึ่งปีแรก จะยังมีความท้าทาย เนื่องจากยอดขายมีแนวโน้มทรงตัว
การใช้จ่ายที่ชะลอตัวลงในจีน ซึ่งขับเคลื่อนตลาดสินค้าหรูของโลกในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา ส่งผลให้แบรนด์สินค้าหรูรายใหญ่ ทั้ง LVMH ไปจนถึง “เคอริ่ง” เจ้าของแบรนด์กุชชี่ สูญเสียมูลค่าตลาดไปหลายพันล้านดอลลาร์ในปีที่แล้ว ขณะที่บริษัทต่าง ๆ มีกำหนดจะเปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 4 ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า
นอกจากการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ จีนยังเผชิญกับราคาอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง และอัตราการว่างงานของคนรุ่นใหม่ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ผู้บริโภคชะลอการซื้อสินค้าหรู หรือหันไปหาส่วนลดในรูปแบบต่าง ๆ เช่น ซื้อสินค้าจากร้านนำเข้าอย่างไม่เป็นทางการ หรือซื้อจากญี่ปุ่นที่เงินเยนอ่อนค่าลง แม้แต่กลุ่มลูกค้าร่ำรวยที่มีกำลังซื้อสูงก็มีความรอบคอบในการใช้จ่ายมากขึ้น และกระจายความมั่งคั่งไปยังสินทรัพย์หลากหลายประเภท แต่รายงานยังมองเชิงบวกเกี่ยวกับการขยายตัวของตลาดสินค้าหรูในจีน เนื่องจากมีประชากรจำนวนมากที่ซื้อหาสินค้าหรูได้
สรุปข่าว