สรุปข่าว
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงผลการวิจัย ซึ่งดึงข้อมูลจากการสังเกตการณ์จากธุรกิจและการติดต่อชุมชนของธนาคารระดับภูมิภาคทั้ง 12 แห่งของเฟด จนถึงวันที่ 6 มกราคม 2568 ว่า เศรษฐกิจสหรัฐสิ้นสุดปี 2567 โดยมีกิจกรรมเพิ่มขึ้นเล็กน้อยถึงปานกลาง และการจ้างงานเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ภาคธุรกิจต่างแสดงความกังวลหลายประการเกี่ยวกับศักยภาพของนโยบายภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะผลักดันให้เงินเฟ้อสูงขึ้น
ธนาคารกลางของสหรัฐ (เฟด) ระบุในสรุปผลการสำรวจและสัมภาษณ์จากทั่วประเทศที่เรียกโดยรวมว่า Beige Book ว่า “ภาคธุรกิจจำนวนมากมีมุมมองในแง่ดีเกี่ยวกับแนวโน้มในปี 2568 มากกว่ามุมมองในแง่ร้าย แม้ว่าผู้ติดต่อในหลายเขตจะแสดงความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงในนโยบายการย้ายถิ่นฐานและภาษีศุลกากรอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อเศรษฐกิจ”
ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าราคาจะยังคงเพิ่มขึ้นในปี 2568 โดยบางรายตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการเรียกเก็บภาษีศุลกากรที่สูงขึ้นซึ่งจะส่งผลให้ราคาเพิ่มขึ้น”
โดยความกังวลปรากฏชัดแม้แต่ในภูมิภาคที่ทรัมป์ทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งในการเลือกตั้งวันที่ 5 พฤศจิกายน เหนือกมลา แฮร์ริส จากพรรคเดโมแครต โดยใช้นโยบายขึ้นภาษีศุลกากรที่หนักหน่วงและจำกัดการเข้าเมืองอย่างเข้มงวด
นอกจากนี้ผลสำรวจระบุว่าผู้ผลิตในเขตของเฟดริชมอนด์ได้นำภาษีศุลกากรมาพิจารณาในการคาดคะเนอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นแล้ว ธนาคารระบุว่า “บริษัทต่างๆ คาดว่าราคาจะเติบโตในอีกหนึ่งปีข้างหน้านี้สูงขึ้น ผู้ผลิตคาดว่าราคาจะเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วกว่าเมื่อเทียบกับผู้ผลิตที่ไม่ใช่ผู้ผลิต โดยหลายรายระบุว่าภาษีศุลกากรสำหรับปัจจัยการผลิตเป็นสาเหตุของการคาดการณ์อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นในอนาคต
ที่มา รอยเตอร์
ที่มาข้อมูล : -