สรุปข่าว
ตามรายงานระบุว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) มีปริมาณทองคำแท่งที่ถือครองอยู่ เพิ่มขึ้นสู่ระดับ 73 ล้าน 2 แสน 9 หมื่นทรอยออนซ์ (73.29 ล้าน) ในเดือนธันวาคม จาก 72 ล้าน 9 แสน 6 หมื่นทรอยออนซ์ (72.96 ล้าน) ในเดือนก่อนหน้านี้ โดยปริมาณทองคำแท่งที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว บ่งชี้ว่าธนาคารกลางจีน ได้เริ่มกลับมาซื้อทองคำเข้าทุนสำรองเป็นเดือนที่ 2 ต่อเนื่องจากเดือนพฤศจิกายน หลังจากหยุดพักไปเป็นเวลา 6 เดือน
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า การกลับมาซื้อทองคำครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่าธนาคารกลางจีน ยังคงต้องการกระจายความเสี่ยงของทุนสำรอง แม้ว่าราคาทองคำจะอยู่ในระดับแพงเมื่อเทียบกับในอดีตก็ตาม
ขณะที่การซื้อทองคำอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางทั่วโลก เป็นหนึ่งในปัจจัยบวกที่ดันราคาทองคำปรับตัวขึ้นไปทำสถิติสูงสุดในปี 2567 โดยได้รับแรงหนุนเพิ่มเติม จากการผ่อนคลายนโยบายการเงินในสหรัฐฯ และความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย อย่างไรก็ตาม การซื้อทองคำได้ชะลอตัวลงหลังจากที่โดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งทำให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น
ขณะที่เมื่อต้นสัปดาห์นี้ "โกลด์แมน แซคส์" ปรับเปลี่ยนการคาดการณ์แนวโน้มราคาทองคำ โดยได้เลื่อนการคาดการณ์ที่ว่าราคาทองคำจะพุ่งขึ้นแตะระดับ 3,000 ดอลลาร์/ออนซ์ออกไปเป็นช่วงกลางปี 2569 จากเดิมที่คาดว่าราคาทองจะแตะที่ระดับดังกล่าวภายในสิ้นปี 2568เนื่องจากธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) มีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยน้อยลงในปีนี้
ส่วนเป้าหมายราคาทองปีนี้ โกลด์แมน แซคส์ คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะแตะที่ระดับ 2,910 ดอลลาร์/ออนซ์ภายในสิ้นปี
ที่มาข้อมูล : -