สรุปข่าว
นายเทียนประสิทธิ์ ไชยภัทรานันท์ นายกทีเอชเอ กล่าวว่า ดัชนีความเชื่อมั่นฯ ซึ่งดำเนินการสำรวจผู้ประกอบการที่พักแรม 83 แห่ง ระหว่างวันที่ 12-27 พ.ย. โดยสมาคมฯ และธนาคารแห่งประเทศไทย พบว่า แนวโน้มการจ้างงานของธุรกิจโรงแรมในไทยไตรมาส 4 ปีนี้ ยังมีจำนวนแรงงานเพียงพอต่อการรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางเข้ามามากขึ้นในฤดูท่องเที่ยว (ไฮซีซัน) สะท้อนจากภาพรวมโรงแรมส่วนใหญ่ร้อยละ 54 คาดว่าจะจ้างงานในระดับใกล้เคียงกับปีก่อน
ส่วนโรงแรมร้อยละ 25 มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในระดับน้อยกว่าร้อยละ 10 ด้านโรงแรมอีกร้อยละ 11 มีการจ้างงานเพิ่มขึ้นในระดับร้อยละ 11-20 ขณะที่โรงแรมร้อยละ 7 จ้างงานลดลง
ส่วนการขยายตัวของภาคท่องเที่ยวไทยในปลายปีนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เป็นผลสำเร็จจากการยกเว้นวีซ่าสำหรับนักท่องเที่ยวจาก 93 ประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนเรื่องชื่อเสียงของเมืองท่องเที่ยวหลักในไทย เช่น กรุงเทพฯ ครองอันดับ 1 เมืองนักท่องเที่ยวเยือนมากที่สุดปี 2567 ความสำเร็จนี้เป็นผลจากนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นแรงหนุนกระตุ้นการท่องเที่ยวเพื่อช่วยสร้างรายได้ให้กับประเทศ แต่ยังมีปัจจัยอุปสรรคที่ทำให้การท่องเที่ยวเติบโตได้ไม่เต็มที่ ได้แก่ ราคาตั๋วเครื่องบินที่สูง ความคุ้มค่าต่อการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศกับต่างประเทศ พฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจในปัจจุบัน ภัยพิบัติทางธรรมชาติ ฝุ่น PM 2.5
ด้านมาตรการช่วยเหลือที่ผู้ประกอบการต้องการจากภาครัฐ โรงแรมส่วนใหญ่ต้องการให้มี 5 มาตรการหลัก ได้แก่ 1.มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวไทย เน้นส่งเสริมเมืองน่าเที่ยวและประชาสัมพันธ์ท่องเที่ยวไทยในระดับสากล
2.มาตรการช่วยเหลือด้านค่าใช้จ่าย ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภคและพลังงาน
3.มาตรการด้านแรงงาน โดยให้ภาครัฐช่วยสนับสนุนการเพิ่มทักษะของแรงงาน
4.มาตรการด้านการเงิน เช่น มีมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำสำหรับปรับปรุงที่พักแรม
และ 5.มาตรการอื่นๆ เช่น สิทธิประโยชน์สำหรับโรงแรมที่ได้รับการรองรับมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
ที่มา TNN
ที่มาข้อมูล : -