แบงก์ชาติจับตาตลาดแรงงานแย่ลง

สรุปข่าว

ดร.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการสายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไทยเดือนตุลาคม 2567 ปรับดีขึ้นจากเดือนก่อนจากรายรับภาคการท่องเที่ยว และการบริโภคภาคเอกชนที่ส่วนหนึ่งได้รับผลดีจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ ส่งผลให้การผลิตภาคอุตสาหกรรมปรับเพิ่มขึ้นตามอุปสงค์ในประเทศและการส่งออกที่ไม่รวมรถยนต์ที่ปรับดีขึ้น ด้านการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวสูงจากทั้งรายจ่ายประจำและรายจ่ายลงทุน 


อย่างไรก็ดีในส่วนของตลาดแรงงานเดือนตุลาคมปรับแย่ลงจากเดือนก่อนหน้าสะท้อนจากจำนวนผู้ประกันตนมาตรา 33 ในระบบประกันสังคมที่ลดลงร้อยละ 0.5  ส่วนในใหญ่มาจากภาคบริการ โดยเฉพาะภาคการค้า ภาคก่อสร้าง สื่อสิ่งพิมพ์  และภาคการผลิตรถยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า  


นอกจากนี้ย้งพบว่าสัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานในระบบประกันสังคม (ม. 38 ) ต่อจำนวนผู้ประกันตนรวม ในส่วนของว่างงานรายใหม่(flow) เพิ่มขึ้นร้อยละ 14.9  แต่สัดส่วนผู้ขอรับสิทธิว่างงานรายใหม่รวม (stock) ยังปรับลดลงร้อยละ 2.1 ส่วนหนึ่งอาจมาจากผู้ที่ว่างงานอยู่หางานใหม่  อย่างไรก็ดีในช่วงการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจที่ค่อยๆฟื้นตัว อาจต้องจับตาดูสถานการณ์ตลาดแรงานในระยะต่อไปว่าจะปรับต้วทิศทางใด โดยแนวโน้มเศรษฐกิจในเดือนพฤศจิกายนนี้หากดูจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจยังมีแรงส่งจากภาคท่องเที่ยวและบริการ ขณะที่การส่งออกสินค้าและการผลิตภาคอุตสาหกรรมทยอยฟื้นตัว 


อย่างไรก็ดี มีบางอุตสาหกรรมที่ ยังคงได้รับแรงกดดันจากปัจจัยเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่สูงขึ้นจากสินค้าจีนที่นำเข้ามา ส่งผลให้รายรับธุรกิจและรายได้ครัวเรือนในบางกลุ่มยังเปราะบางส่วนในระยะต่อไป ธปท.ระบุว่าต้องติดตามความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์และนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ที่จะส่งผลต่อการส่งออกและการผลิต และ  มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ


สำหรับประมาณการเศรษฐกิจไทยทั้งปี 2567 ธปท.เชื่อว่าจะเป็นไปตามคาดการณ์ที่ร้อยละ 2.7  แม้ว่าต้วเลขส่งออกในเดือนตุลาคมจะขยายตัวดีเกินคาด แต่ตัวเลขการนำเข้าก็เพิ่มขึ้นเช่นเดียวกัน และภาคการผลิตยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ ดังนั้นในภาพรวมของเศรษฐกิจยังอยู่ในกรอบที่ธปท.มองไว้ 


ที่มา TNN

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :