สรุปข่าว
“บลูมเบิร์ก” รายงานคาดการณ์ของทีมนักเศรษฐศาสตร์ “มอร์แกน สแตนเลย์” ว่า ข้อเสนอปรับขึ้นภาษีของ “โดนัลด์ ทรัมป์” ผู้แทนชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จากพรรครีพับลิกันอาจหนุนให้เงินเฟ้อพุ่งขึ้น และจะส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจล่าช้า ซึ่งจะกระทบถึงการจ้างงาน
ทีมนักเศรษฐศาสตร์ได้จำลองสถานการณ์ที่ “ทรัมป์” ชนะการเลือกตั้ง และดำเนินการอย่างรวดเร็วในการปรับขึ้นภาษีร้อยละ 10 สำหรับการนำเข้าสินค้าทั่วโลก และขึ้นภาษีร้อยละ 60 สำหรับการนำเข้าสินค้าจากจีน
หมายความว่า อัตราภาษีโดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ร้อยละ 25-35 สำหรับอุตสาหกรรมประมาณครึ่งหนึ่งของสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลให้เงินเฟ้อเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
แบบจำลองดังกล่าวยังบ่งชี้ว่า ดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) นิยมใช้ มีโอกาสเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.9 ในช่วง 4 ไตรมาส
ในแง่การเติบโตทางเศรษฐกิจ ภาษีที่สูงขึ้นจะส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายเพื่อการลงทุนและการบริโภค ซึ่งจะหักลบกับผลกระทบเชิงบวกต่อ GDP จากการนำเข้าที่ลดลง โดย GDP สหรัฐฯ น่าจะชะลอตัวลงอยู่ที่ร้อยละ 1.4 ในช่วงหลายไตรมาส
ขณะที่จำนวนการจ้างงานในประเทศมีแนวโน้มจะลดลงราว 50,000-70,000 ตำแหน่งต่อเดือน เทียบกับในปีนี้ที่การจ้างงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 184,000 ตำแหน่งต่อเดือน
ทั้งนี้ ขนาดของผลกระทบจากการปรับขึ้นภาษีจะขึ้นอยู่กับรายละเอียด ซึ่งรวมถึงขอบเขตสูงสุดของการปรับขึ้น ระยะเวลามีผลบังคับใช้ การตอบโต้ที่เป็นไปได้ของคู่ค้า และปฏิกิริยาของตลาดค่าเงิน แต่ทิศทางของการเปลี่ยนแปลงนั้นชัดเจน
ที่มา บลูมเบิร์ก
ที่มาข้อมูล : -