

สรุปข่าว
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดการณ์ว่าในปี 2567 ไทยจะยังเผชิญการขาดดุลการค้าเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน หลังจากเผชิญการขาดดุลการค้า 2 ปีติดต่อกันในปี 2565-2566 โดยปัจจัยหลักมาจากการนำเข้าพลังงานที่เพิ่มขึ้นตามราคาในตลาดโลกที่ปรับสูงขึ้น ขณะที่การส่งออกไทยหดตัวในปี 2566
สำหรับ 7 เดือนแรกของปีนี้ไทยขาดดุลไปแล้ว 6,616 ล้านดอลลาร์ฯ จากปัจจัยต่อไปนี้ 1. ไทยเป็นผู้นำเข้าพลังงานสุทธิ โดยไทยจะขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นราว 4,000 ล้านดอลลาร์ฯ หากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกเพิ่มขึ้นทุก 10 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล สำหรับปี 2567 ไทยยังขาดดุลการค้าเนื่องจากราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงแม้ได้ปรับลงจากปี 2565 ที่ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครนเริ่มขึ้น
2. ความสามารถในการแข่งขันของไทยลดลง และ 3. ไทยมีแนวโน้มที่จะขาดดุลการค้ากับจีนเพิ่มขึ้น ขณะที่ดุลการค้ากับสหรัฐฯ มีแนวโน้มเกินดุลเพิ่มขึ้นแต่ไม่สามารถชดเชยกับปริมาณการขาดดุลการค้ากับจีน นอกจากนี้ การได้ดุลการค้ากับประเทศคู่ค้าหลักอื่นๆ มีแนวโน้มชะลอลง จากการเข้ามาตีตลาดของสินค้าจีนในประเทศคู่ค้าของไทยมากขึ้น ได้แก่ กลุ่มประเทศอาเซียน ออสเตรเลีย รวมถึงการที่ไทยนำเข้าสินค้าจากประเทศในอาเซียนเพิ่มขึ้น อาทิ เวียดนาม เนื่องจากเป็นฐานการผลิตที่มีความสำคัญมากขึ้น
ดังนั้น การขาดดุลการค้าไทยยังมีแนวโน้มต่อเนื่อง จากโครงสร้างการนำเข้าของไทยยังต้องพึ่งพาพลังงานและสินค้าทุนที่มีมูลค่าสูง รวมถึงสินค้าจีนราคาถูกที่เข้ามาตีตลาด
อย่างไรก็ตาม ไทยสามารถลดการขาดดุลการค้าได้หากมีการใช้รถยนต์ไฟฟ้าหรือไฮบริดมากขึ้น รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดในประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้จะช่วยลดการนำเข้าพลังงานของไทยได้
ที่มา TNN
ที่มาข้อมูล : -