

สรุปข่าว
วันนี้ (5 มี.ค.64) เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ร่วมกับ ซิปเม็กซ์ (ZIPMEX) แพลตฟอร์มแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัล และแรพิดซ์ (RAPIDZ) เริ่มโครงการทดลองรับแลกตั๋วหนังด้วยสกุลเงินดิจิทัล ที่เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน เป็นสาขาแรก เมื่อวานนี้เป็นวันแรก (4 มี.ค.64) ขณะที่โรงภาพยนตร์ในเครืออีก 39 สาขาทั่วกรุงเทพฯ จะใช้ระบบเดียวกันภายในสิ้นปีนี้ คาดว่าจะมีผู้ใช้บริการนี้ไม่ต่ำกว่า 1,000-10,000 คนต่อเดือน หวังสร้างความสะดวกสบายให้แก่นักลงทุน รองรับสังคมไร้เงินสด และลดการสัมผัสเงินให้แก่ลูกค้าในยุคโควิด19
สำหรับขั้นตอนการใช้คริปโทเคอร์เรนซีเพื่อแลกรับตั๋วชมภาพยนตร์ ผู้ใช้จะต้องโหลดแอปพลิเคชั่น "แรพิดซ์" (Rapidz) ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระเป๋าเก็บคริปโทเคอร์เรนซี พร้อมลงทะเบียนไว้ก่อน แล้วจึงสั่งซื้อตั๋วภาพยนตร์ผ่านตู้จำหน่ายตั๋วหนังอัตโนมัติ E-Ticket ของเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์
โดยเริ่มจาก กดเลือกภาพยนตร์และตำแหน่งที่นั่งที่ต้องการตามปกติ แล้วเลือกการชำระเงินผ่าน E-Wallet แล้วจึงเลือก "แรพิดซ์" (Rapidz) ซึ่งทำหน้าที่เป็นกระเป๋าเก็บคริปโทเคอร์เรนซี ที่ผู้ใช้ต้องลงทะเบียนไว้แล้ว
จากนั้นจะมี QR Code ขึ้นบนหน้าจอเพื่อให้ลูกค้าสแกนเพื่อใช้คริปโทเคอร์เรนซีแลกตั๋วหนัง หลังจกดยืนยันเรียบร้อยแล้ว ตู้จะพิมพ์ E-Ticket ออกมาและลูกค้าสามารถนำไปใช้เข้าชมภาพยนตร์ได้ทันที
คุณนรุตม์ เจียรสนอง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เมเจอร์พร้อมสร้างความสะดวกสบายในการใช้บริการซื้อตั๋วรวมถึงบริการต่างๆ
นอกจากนี้ ยังต้องการทรานส์ฟอร์มเคาน์เตอร์ขายตั๋วที่ให้บริการโดยพนักงาน เป็นการขายตั๋วผ่านตู้ทั้งหมด หรือลดพนักงานขายเป็นศูนย์ ซึ่งเมเจอร์ดำเนินการมาระยะหนึ่งแล้ว โดยการเปิดสาขาใหม่ในต่างจังหวัดจะเป็นการขายผ่านตู้ทั้งหมด ส่วนสาขาเก่ายังพอมีพนักงานขายประจำอยู่ที่เคาน์เตอร์เพียง 1-2 คนเท่านั้น เช่นในสาขาใหญ่ อย่าง สยามพารากอน และรัชโยธิน เป็นต้น
ปัจจุบันยอดขายตั๋วหนังของเมเจอร์ 90% มาจากหน้าเคาน์เตอร์ (ในสัดส่วนนี้ 80 ลูกค้าซื้อผ่านตู้ และ 10% ซื้อผ่านพนักงาน) และ 10% มาจากแอปพลิเคชัน
ปี 2564 เมเจอร์ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายตั๋วผ่านแอปพลิเคชันเป็น 20% ซึ่งปีนี้จะรีไวท์แอปพลิเคชันทั้งหมดของเมเจอร์ รวมเป็นแอปเดียว ในรูปแบบ ซูเปอร์แอป ชูเรื่องความสะดวก ใช้งานง่าย ในรูปแบบวันสต็อปเซอร์วิส ในการซื้อตั๋วหนัง ป๊อปคอร์น และบริการต่างภายในแอปเดียว คาดว่าจะเปิดตัวได้ในช่วงไตรมาสสองปีนี้
ที่มาข้อมูล : -