

สรุปข่าว
นางนันท์มนัส เปี่ยมทิพย์มนัส ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด หรือ SCBAM เปิดเผยว่า ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในครึ่งปีหลังคาดว่าจะอยู่ในภาวะชะลอตัวลง จากแรงกดดันของเงินเฟ้อที่ปรับตัวสูงขึ้นตามทิศทางราคาพลังงานส่งผลให้ธนาคารกลางทั่วโลกต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสกัดเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม ในภาวะที่ธนาคารกลางทั่วโลกดำเนินนโยบายการเงินเข้มงวดและทิศทางดอกเบี้ยอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ยังมีกลุ่มหุ้นคุณค่า (Value) ที่มีความสามารถทนทานต่อสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้นได้ดีกว่าตลาดโดยรวม และมักจะให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าตลาด บลจ.จึงได้เปิดเสนอขายกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ Global Value Equity ครั้งแรกระหว่างวันที่ 19-25 กรกฎาคม 2565 โดยมีให้เลือกลงทุน 2 ชนิดกองทุน คือ SCBGVALUE(A) ชนิดสะสมมูลค่า และ SCBGVALUE(E) ชนิดช่องทางอิเล็กทรอนิกส์
สำหรับการลงทุนในหุ้นกลุ่ม Global Value ความน่าสนใจมาจากลักษณะสำคัญของหุ้นกลุ่มนี้ที่ระดับราคาที่เหมาะสม และมีผลตอบแทนจากเงินปันผลสูงโดดเด่นกว่ากลุ่มอื่นๆ ภายใต้การประเมินจากปัจจัยพื้นฐานในธุรกิจที่ดี แข็งแกร่ง และมีผลการดำเนินงานเติบโตอย่างสม่ำเสมอ จึงทำให้ราคาในปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าสนใจ ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนที่ยั่งยืนในระยะยาวให้กับนักลงทุนรวมถึงหุ้นกลุ่มนี้มีความผันผวนต่ำจึงเหมาะสมและสอดคล้องกับสถานการณ์การลงทุนในช่วงนโยบายการเงินตึงตัว ที่ควรกระจายการลงทุนไปยังหุ้นคุณค่าทั่วโลก
ทั้งนี้จุดเด่นของกองทุน SCBGVALUE คือการเน้นลงทุนให้มีผลตอบแทนใกล้เคียงดัชนี MSCI World Enhanced Value Index เหมาะสำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนหุ้นคุณค่าทั่วโลก ที่มีโอกาสเติบโตและมูลค่าที่น่าสนใจ ที่ผ่านการคัดเลือกหุ้นด้วยระบบการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Factor Investing) เพื่อช่วยลดข้อผิดพลาด และอคติของมนุษย์ (human bias)
รวมถึงกองทุนมีนโยบายป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิ โดยกองทุนนี้มีนโยบายเน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมต่างประเทศ เพียงกองทุนเดียว (Feeder Fund) ได้แก่ iShares Edge MSCI World Value Factor UCITS ETF (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน Share Class USD (ACC) ซึ่งบริหารงานภายใต้ความดูแลของ BlackRock Asset Management Ireland Limited
ท่ามกลางปัญหาภาวะเงินเฟ้อ และราคาพลังงานอยู่ในระดับสูง รวมถึงความตึงเครียดระหว่างรัสเซีย-ยูเครนที่ยืดเยื้อ เรามองว่าระดับเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันธนาคารกลาง ของหลายประเทศต้องปรับนโยบายการเงินจากผ่อนคลายเป็นภาวะตึงตัว และเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก
ขณะที่การปรับนโยบายการเงินให้มีความตึงตัวอย่างรวดเร็ว อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย และส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึงตลาดหุ้น ทั้งในแง่ของจิตวิทยาการลงทุนและการเติบโต ของผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน แต่ บลจ.ไทยพาณิชย์ มองว่าแม้เศรษฐกิจมีโอกาส ที่จะชะลอตัวแต่นักลงทุนก็ยังมีโอกาสสร้างความมั่งคั่งจากการลงทุนกลุ่มหุ้นคุณค่าที่มีราคาในระดับที่เหมาะสม และอัตราการจ่ายเงินปันผลที่สูง ซึ่งเป็นหนึ่งในทางเลือกการลงทุนในสภาวะที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มชะลอตัว
ที่มา บลจ.ไทยพาณิชย์
ภาพประกอบ บลจ.ไทยพาณิชย์
ที่มาข้อมูล : -