

สรุปข่าว
วันนี้( 20 ม.ค.65) นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในงานสัมมนา “Thailand Future Smart & Sustainable Mobility ขับเคลื่อนประเทศไทยสู่อนาคตที่ยั่งยืน” ว่า กระทรวงคมนาคมยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงการที่เป็นโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อพัฒนาโครงข่ายคมนาคมของประเทศ เพราะแม้จะมีสถานการณ์โควิด-19 ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการลงทุนของเอกชนให้ชะลอตัวลง จึงเป็นภาระหน้าที่ของภาครัฐที่ต้องดำเนินการเรื่องการลงทุน ซึ่งกระทรวงคมนาคมก็เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ต้องรับผิดชอบเรื่องนี้ โดยตลอดเวลาที่ผ่านมา กระทรวงคมนาคมพยายามดำเนินการตามแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี โดยมีเป้าหมายต้องลงทุนพัฒนาประเทศ เพื่อลดต้นทุนโลจิสติกส์ด้านการขนส่ง ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจไทยหลังการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 คลี่คลาย ผลักดันและเพิ่มความสะดวกสบายในการเดินทาง ยกระดับการใช้ชีวิต ตลอดจนคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดียิ่งขึ้น โดยเร่งผลักดันโครงการใดที่สามารถดำเนินการต่อเนื่อง ส่วนโครงการที่มีปัญหาอุปสรรค ก็ให้ศึกษาข้อมูลเตรียมไว้ เพื่อให้สามารถดำเนินการได้ทันทีเมื่อมีความพร้อมในอนาคต
นายศักดิ์สยาม เปิดเผยว่าตามแผนในปี 2565 กระทรวงคมนาคมมีเม็ดเงินลงทุนโครงข่ายคมนาคมทั้งหมด 1.4 ล้านล้านบาท ประกอบด้วย โครงการที่ลงนามสัญญาแล้ว วงเงิน 5.16 แสนล้านบาท และโครงการลงทุนใหม่ 9.74 แสนล้านบาท ซึ่งการลงทุนดังกล่าวประเทศไทยจะได้รับประโยชน์ เช่น สามารถช่วยจ้างงานได้ 1.54 แสนตำแหน่ง สร้างมูลค่าเพิ่มในส่วนของการใช้จ่ายด้านวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ 1.24 ล้านล้านบาท และสามารถสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 2.35% ของจีดีพี หรือประมาณ 4 แสนล้านบาทต่อปี โดยคนไทยจะได้ประโยชน์จากการลงทุนใน 4 มิติ ได้แก่ สะดวก ปลอดภัย ตรงเวลา และราคาสมเหตุสมผล
ทั้งนี้ในปี 2565 มีหลายโครงการที่เตรียมจะเริ่มทำการเปิดทดสอบ และเตรียมเปิดให้บริการประชาชนได้ในไม่ช้า
ที่มา : กระทรวงคมนาคม
ภาพประกอบ : พีอาร์คมนาคม
ที่มาข้อมูล : -