บทสรุปวิกฤตการเมืองเกาหลีใต้ กว่า 4 เดือน จากการประกาศกฎอัยการศึก สู่การถอดถอนปธน.ยุน ซ็อกย็อล

บทสรุปวิกฤตการเมืองเกาหลี กว่า 4 เดือน จากการประกาศกฎอัยการศึก สู่การถอดถอนประธานาธิบดี 

เช้าที่ 4 เม.ย.นี้ ศาลรัฐธรรมนูญเกาหลี มีมติ 8 ต่อ 0 ถอดถอนยุน จากตำแหน่งประธานาธิบดี จากเหตุที่เขาประกาศกฎอัยการศึกเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม ปีที่ผ่านมา โดยอ้างว่า เพื่อปกป้องประเทศ จากภัยคุกคามของกองกำลังคอมมิวนิสต์ของเกาหลีเหนือ แต่ถึงอย่างนั้น หลายฝ่ายก็มองว่า เขาประกาศกฎอัยการเพราะ ปัญหาทางการเมืองที่คะแนนนิยมของเขาที่ตกต่ำลง และอาจถูกสอบจากการทุตริจต่างๆ ต่างหาก 

โดยหลังยุนประกาศกฎอัยการศึก และมีแนวโน้มจะทำรัฐประหารต่อ ส.ส.พรรคฝ่ายได้รวมตัวกันที่รัฐสภา และร่วมกันโหวตยกเลิกคำสั่งกฎอัยการศึกนี้ โดยพยายามฝ่าทหารที่ปฏิบัติการณ์ หลังกฎอัยการศึกมีการบังคับใช้ และตรึงกำลังที่บริเวณรัฐสภา จนเกิดการปะทะเล็กน้อยกับประชาชนที่เข้าชุมนุมต่อต้านกฎอัยการศึก แต่สุดท้ายก็ผ่านมติดังกล่าวจะผ่านการโหวตด้วยคะแนนเสียง 190 จาก 300 เสียง ซึ่ง ส.ส.ที่เข้าร่วมทั้งหมดในเวลานั้น ทุกคนต่างโหวตเห็นด้วยทั้งหมด

ภายหลัง สภาเองได้มีการลงมติวาระถอดถอนประธานาธิบดี ซึ่งในการลงมติครั้งแรก คะแนนเสียงไม่เพียงพอ 2 ใน 3 ของสภา ซึ่งก็คือมากกว่า 201 เสียง จาก 300 แต่ในการลงมติครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2024 มตินี้ได้ผ่านด้วยคะแนนเสียง 204 เสียง ต่อคะแนนเสียงไม่เห็นชอบ 85 เสียง  ซึ่งก็คือใน 10 วันให้หลังการประกาศกฎอัยการศึกด้วย

บทสรุปวิกฤตการเมืองเกาหลีใต้ กว่า 4 เดือน จากการประกาศกฎอัยการศึก สู่การถอดถอนปธน.ยุน ซ็อกย็อล

สรุปข่าว

ยุน ซ็อก ย็อล ถูกศาลรัฐธรรมนูญเกาหลีถอดถอนจากตำแหน่งประธานาธิบดี จากกรณีประกาศกฎอัยการศึกเมื่อปลายปี 2024 นำไปสู่วิกฤตการเมืองยืดเยื้อกว่า 4 เดือนในเกาหลีใต้

ในช่วง 4 เดือนที่ผ่านมา ตั้งแต่ประกาศกฎอัยการศึก จนถูกถอดถอนปธน. เกาหลีใต้อยู่ภายใต้วิกฤตทางการเมือง มีทั้งการชุมนุมขับไล่ยุนทั่วประเทศ อดีตรัฐมนตรีกลาโหมเกาหลีใต้ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการประกาศกฎอัยการศึกพยายามฆ่าตัวตายในที่คุมขัง การบุกค้นบ้านพักประธานาธิบดี ซึ่งยุน ซ็อกย็อลถูกกล่าวหาว่าพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับสูง หารือเกี่ยวกับแผนกฎอัยการศึก การออกหมายจับยุน ซึ่งทำให้เขาเป็น ประธานาธิบดีคนแรกที่ถูกออกหมายจับระหว่างดำรงตำแหน่ง 

ความวุ่นวายยังคงลากยาวมาในเดือนมกราคม ที่เริ่มจากเหตุการณ์ในวันที่ 3 มกราคม 2025 ที่เจ้าหน้าที่สอบสวนพยายามเข้าทำเนียบ ปธน. แต่ก็ต่อสู้กับกองกำลังรักษาความปลอดภัยของยุน และก็ล้มเหลวในการเข้าไปนวันที่  14 มกราคม 2025 ศาลรัฐธรรมนูญการได้เริ่มการพิจารณาคดีอย่างเป็นทางการ แต่สุดท้ายการพิจารณาในครั้งแรก ก็จบลงใน 5 นาที เพราะยุนปฏิเสธไม่เข้าร่วม ซึ่งหลังจากนั้นไม่กี่วัน เจ้าหน้าที่ก็ได้จับกุมตัวยุน ซ็อกย็อล 

หลังจากนั้น ศาลได้มีการพิจารณาคดีของศาลรัฐธรรมนูญประเด็นการถอดถอนถึง 11 ครั้ง ก่อนเป็นบทสรุปในวันนี้ ในการถอดถอนยุน ซ็อก ย็อล อย่างเป็นทางการ ทำให้เขาเป็นประธานาธิบดี คนที่ 2 ที่ถูกถอดถอน หลังจากพัค กึนฮเย ในปี 2016

ภายหลังศาลตัดสิน ยุน ได้เผยแพร่ข้อความผ่านทางทีมกฎหมายว่า “ผมเสียใจและรู้สึกเสียใจอย่างยิ่งที่ไม่สามารถปฏิบัติตนให้เป็นไปตามความคาดหวังได้" ทั้งยังกล่าวว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำงานให้กับสาธารณรัฐเกาหลี” และ “ผมขอแสดงความขอบคุณอย่างสุดซึ้งต่อพวกคุณทุกคนที่สนับสนุนและให้กำลังใจผม แม้ว่าผมจะมีข้อบกพร่องมากมายก็ตาม” 

ขณะที่การถอดถอนยุนอย่างเป็นทางการนั้น อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น เพราะหลังจากนี้ เขาจะถูกพิจารณาคดี จากการถูกฟ้องจากข้อหาก่อจราจลในประเทศ จากการพยายามจะรัฐประหารต่อไป ซึ่งอาจทำให้ถูกดำเนินคดีทางกฎหมายได้ ที่มีโทษจำคุกตลอดชีวิตหรืออาจถึงขั้นประหารชีวิต แม้ว่าเกาหลีใต้จะไม่เคยประหารชีวิตใครเลยในรอบหลายทศวรรษ


แล้วเกาหลีใต้จะเป็นอย่างไรต่อไปละ ?

สำหรับขั้นต่อไป เมื่อตำแหน่งประธานาธิบดีว่างแล้ว จะต้องมีการจัดเลือกตั้งประธานาธิบดีใหม่ใน 60 วัน ซึ่งคาดว่าอาจจะเป็นวันที่ 3 มิถุนายน โดยฝั่งฝ่ายค้าน พรรคประชาธิปไตยแห่งเกาหลี คาดว่า อีแจมยอง ผู้เคยลงแข่งกับยุน ซ็อก ย็อล แต่แพ้ไปเพียงไม่ถึง 1% น่าจะลงสมัครอีกครั้ง ขณะที่ฝั่งพรรคพลังประชาชน ของยุนนั้น ยังไม่แน่นอนว่า จะส่งใครลง แต่ที่แน่นอนคือ หลังจากนี้ เกาหลีใต้จะเข้าสู่ช่วงหาเสียง และเตรียมการเลือกตั้งอีกครั้ง

ที่มาข้อมูล : Yonhup, The Korea Times, The KoreaHereal

ที่มารูปภาพ : AFP

avatar

กรุณพร เชษฐพยัคฆ์