
เหมา หนิง โฆษกหญิง กระทรวงการต่างประเทศจีน แถลงข่าวถึงกรณีสหรัฐฯ ใช้มาตรการจำกัดวีซ่าเจ้าหน้าที่ไทยกรณีอุยกูร์ ว่า เป็นการแทรกแซงความร่วมมือที่ถูกกฎหมายระหว่างจีนและไทย
“จีนและประเทศไทย ในฐานะชาติอธิปไตย ได้ร่วมมือกันต่อสู้กับการอพยพเข้าเมืองผิดกฎหมาย และอาชญากรรมข้ามพรมแดน ตามกฎหมายจีนและไทย และกฎหมายสากล ตามหลักสากล สหรัฐฯ ไม่มีสิทธิมาแทรกแซง” เธอกล่าว

สรุปข่าว
“สหรัฐฯ ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นการเมือง และสองมาตรฐาน เพราะสำนักตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ ได้ส่งตัวผู้อพยพผิดกฎหมายกว่า 270,000 คนจาก 192 ประเทศ กลับประเทศในปี 2024 ถือเป็นการส่งผู้อพยพกลับประเทศมากที่สุดเป็นประวัติการณ์นับแต่ปี 2014”
“ด้านหนึ่งสหรัฐฯ ส่งผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายอย่างไม่เลือกหน้ากลับประเทศ แต่อีกด้านหนึ่ง สหรัฐฯ ก็วิจารณ์และประณามกระบวนการส่งคนกลับประเทศอย่างถูกกฎหมายผ่านความร่วมมือของประเทศอื่น ๆ ด้วยการคว่ำบาตรและกดดัน นี่มันเป็นการกลั่นแกล้ง”
“จีนจึงขอประณามการคว่ำบาตรที่ผิดกฎหมายพุ่งเป้าที่จีนและประเทศไทย และต่อต้านสหรัฐฯ ที่บิดเบือนประเด็นเรื่องซินเจียง รวมถึงแทรกแซงกิจการภายในของจีน และขัดขวางความร่วมมือในการใช้กฎหมายระหว่างจีนและประเทศอื่น ใต้ฉากหน้าว่าตนเองกำลังพิทักษ์สิทธิมนุษยชน”
คณะไทยเตรียมพิสูจน์ความจริง
ก่อนหน้านี้ นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า ตนพร้อมด้วย นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม, พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รมว.ยุติธรรม, นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ ,พล.ต.อ. ไกรบุญ ทรวดทรง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พร้อมคณะสื่อมวลชน 9 คนจากหลากหลายสำนักทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์ รวมทั้งสื่อโซเชียลมีเดีย รวมทั้งคณะ 25 คน มีกำหนดการเดินทางเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างวันอังคารที่ 18 - 20 มีนาคม 2568 ที่มณฑลซินเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน
ในวันอังคารที่ 18 มีนาคม 2568 เวลา 23.30 น. คณะจะออกเดินทางจากกองบิน 6 ท่าอากาศยานดอนเมือง ไปยังท่าอากาศยานเมืองคาซือ มณฑลซินเจียง โดยใช้เวลาเดินทางประมาณ 7 ชั่วโมงบินโดยจะถึงเมืองคาซือ ในวันพุธที่ 19 มีนาคม เวลาประมาณ 07.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งเร็วกว่าเวลาประเทศไทย 1 ชั่วโมง
คณะมีกำหนดการเดินทางไปเยี่ยมชาวจีน อุยกูร์ ที่เมืองคาซือ มณฑลซินเจียง และร่วมรับประทานอาหารกลางวันร่วมกันพร้อมกับผู้นำท้องถิ่นในช่วงเช้าและบ่าย
สำหรับในวันพฤหัสบดีที่ 20 มีนาคม 2568 คณะจะเดินทางไปมณฑลซินเจียงที่อยู่ห่างไกล และจะเดินทางไปเยี่ยมชมศูนย์บังคับใช้กฎหมายและการจัดการคดีของสำนักงานความมั่นคงสาธารณะ ที่เมืองคาซือ มณฑลซินเจียง
จากนั้นคณะจะเดินทางไปที่มัสยิดอิดกะฮ์ (Id Kah) พูดคุยสนทนากับผู้นำศาสนา และร่วมรับประทานอาหารค่ำกับตัวแทนผู้นำศาสนาในท้องถิ่น
ก่อนที่รองนายกรัฐมนตรีและคณะจะออกเดินทางจากท่าอากาศยานเมืองคาซือ มณฑลซินเจียง ในเวลาประมาณ 20.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น โดยจะเดินทางถึงประเทศไทย ในวันศุกร์ที่ 21 มีนาคม 2568 เวลาประมาณ 01.00 น. ณ กองบิน 6 ท่าอากาศยานดอนเมือง
การเดินทางครั้งนี้เพื่อทำความจริงให้ปรากฏในข้อกังวลของนานาอารยประเทศ และให้เข้าใจประเทศไทยถึงการแก้ไขปัญหาซึ่งรัฐบาลไทยได้ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและมีข้อตกลงสำคัญต่อรัฐบาลของทั้งสองประเทศ ที่ต้องคืนชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีในยุคโลกปัจจุบัน ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นและมีสิทธิเสรีภาพ ซึ่งถือว่ารัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมากถึงขั้นตอนการตรวจสอบรายละเอียดนานหลายเดือนก่อนจะส่ง ชาวจีนอุยกูร์ กลับสู่มาตุภูมิ เพื่อให้มั่นใจว่าการส่งชาวจีนกลับสู่บ้านเกิดจะต้องได้รับความปลอดภัยและเป็นไปตามสิทธิมนุษยชน

ทศพล ชัยสัมฤทธิ์ผล