
นับได้ว่า เป็นเรื่องที่ทั่วโลกเฝ้าติดตามกันมาตลอดหลายสัปดาห์ กับข้อตกลงแร่หายากระหว่างยูเครน และสหรัฐฯ ที่ทั้ง 2 ประเทศกำลังจะลงนามร่วมกันในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้ และอาจจะเปลี่ยนสถานการณ์ความสัมพันธ์สหรัฐฯ-ยูเครนไม่เหมือนเดิม
สหรัฐฯ-ยูเครนจ่อลงนามข้อตกลงแร่หายาก
จากการที่สหรัฐฯ พยายามจะเสนอข้อแลกเปลี่ยนกับยูเครน ด้วยการเข้าถือครองสิทธิ์แหล่งแร่ยูเครน 50% เพื่อแลกกับการช่วยเหลือทางทหาร ก่อนจะถูก “โวโลดิมีร์ เซเลนสกี” ประธานาธิบดียูเครนปฏิเสธ จนส่งผลกระทบต่อสัมพันธ์ 2 ประเทศ
ล่าสุด สหรัฐฯ และยูเครนตกลงร่วมกันที่จะลงนามข้อตกลงการเข้าถึงทรัพยากรธรรมชาติของยูเครน ในวันศุกร์นี้ (28 กุมภาพันธ์) ตามเวลาท้องถิ่น
ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กล่าวว่า สหรัฐฯ และยูเครนได้ตกลงร่างข้อตกลงแร่ธาตุสำคัญ ที่อาจมีมูลค่าสูงถึง 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ
ขณะที่ เซเลนสกี กล่าวว่า ข้อตกลงดังกล่าว อาจจะเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ แต่ความสำเร็จนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการคุยกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ด้วย
ผู้เชี่ยวชาญหลายฝ่าย มองว่า ข้อตกลงนี้ สะท้อนความพยายามของยูเครน ที่จะได้รับการสนับสนุนความช่วยเหลือจากรัฐบาลสหรัฐฯ ชุดใหม่ ท่ามกลางความตึงเครียดที่สหรัฐฯ หันไปหารัสเซีย เพื่อยุติสงคราม
ข้อตกลงนี้ มีรายละเอียดอะไรบ้าง ?
ข้อตกลงน้ี มีชื่อว่า “ข้อตกลงทวิภาคีกำหนดเงื่อนไขสำหรับกองทุนการลงทุน เพื่อการฟื้นฟู” โดยทั้ง 2 ประเทศจะจัดตั้ง “กองทุนรวมการลงทุน เพื่อการฟื้นฟู” ในการรวบรวม และนำรายได้จากทรัพยากรธรรมชาติของยูเครนไปลงทุนใหม่
รายละเอียดหลักของข้อตกลงนี้ คือ ยูเครนจะต้องแบ่งรายได้ 50% จากทรัพยาธรรมชาติของประเทศในอนาคตให้แก่สหรัฐฯ โดยสหรัฐฯ ให้สัญญาว่า จะช่วยเหลือทางการเงินในระยะยาว เพื่อพัฒนาเสถียรภาพและความมั่งคั่งทางเศรษฐกิจของยูเครน
นอกจากนี้ สหรัฐฯ จะเพิ่มเงินลงทุน, เครื่องมือทางการเงิน และสินทรัพย์อื่น ๆ ให้กับกองทุนนี้ พร้อมกับชี้ว่า กองทุนนี้ อาจคืนเงินต้นทุนของโครงการให้กับยูเครน
กองทุนดังกล่าว จะมุ่งลงทุนไปกับโครงการของยูเครน เช่น เหมืองแร่, พลังงาน, ท่าเรือ และธุรกิจของรัฐบาล โดยมีเป้าหมายเพื่อดึงดูดการลงทุนเพิ่มขึ้น และทำให้แน่ใจว่ายูเครนจะมีเงินเพียงพอในการฟื้นฟูประเทศ
“รับประกันความมั่นคง” ข้อตกลงที่ไม่มีบนเอกสาร
“การรับประกันความมั่นคง” ซึ่งเป็นสิ่งที่ยูเครนต้องการมากที่สุด ไม่ได้ถูกระบุไว้ ในข้อตกลงนี้ แต่ทางโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบสหรัฐฯ เผยว่า เรื่องนี้ จะพูดคุยกันในภายหลัง
แต่ถึงกระนั้น สหรัฐฯ ระบุว่า รัฐบาลจะสนับสนุน “ความพยายาม” ของยูเครนในการรับรองความมั่นคงที่จำเป็นต่อการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนแทน ซึ่งสิ่งนี้ ไม่ใช่การรับรองแบบเป็นรูปธรรม
แต่สหรัฐฯ และยูเครน สามารถดำเนินการร่วมกัน เพื่อปกป้องผลประโยชน์ทางการเงินของพวกเขาในกองทุนนี้ได้

สรุปข่าว
“ทรัมป์” ต้องการทวงเงินคืนจากยูเครน ?
ข้อตกลงนี้มีขึ้น จากความพยายามของทรัมป์ ที่ต้องการบางสิ่งบางอย่างคืนจากการให้ความช่วยเหลือยูเครน นับตั้งแต่เกิดสงครามรัสเซีย-ยูเครน
ช่วงแรก “ทรัมป์” เรียกร้องส่วนแบ่ง 5 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ จากแร่หายากและแร่อื่น ๆ ของยูเครน เพื่อแลกกับความช่วยเหลือที่เคยมอบไปให้ก่อนหน้านี้ แต่ โวโลดีมีร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ปฏิเสธไป และมองว่า “การกระทำนี้ เปรียบเสมือนกับการขายชาติ”
ทั้งนี้ ตั้งแต่ปี 2022 สหรัฐฯ ได้ให้ความช่วยเหลือกับยูเครนไปแล้วทั้งหมด 1.75 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
แม้ว่าทรัมป์ต้องการจะเรียกเงินคืนจากยูเครน แต่ข้อตกลงนี้ ก็ระบุชัดเจนว่า เงินที่สหรัฐฯ จะได้ จะมาจากรายได้ของทรัพยากรธรรมชาติยูเครนในอนาคตเท่านั้น นั่นหมายความว่า ยูเครนไม่จำเป็นต้องชดใช้เงินคืนจากความช่วยเหลือของสหรัฐฯ ที่ผ่านมา
ทำไม “ทรัมป์” ต้องการแร่จากยูเครน ?
การที่ทรัมป์ต้องการแร่จากยูเครนส่วนหนึ่ง อาจเป็นเพราะต้องการแข่งขันกับจีน เนื่องจากตอนนี้ จีนควบคุมกระบวนการแปรรูปแร่ธาตุเหล่านี้มากที่สุดของโลก ได้แก่ นิกเกิล 35%, ลิเธียมและโคบอลต์ 50-70% และแร่หายากอีกเกือบ 90% และในปี 2024 จีนยังมีปริมาณสำรองของแร่ธาตุหายากเกือบครึ่งหนึ่งของโลก จึงทำให้จีนกลายเป็นผู้เล่นเบอร์ต้น ๆ ของอุตสาหกรรมนี้
แร่ธาตุเหล่านี้ ยังเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมหลายประเภทที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลกในอนาคต แน่นอนว่า สิ่งนี้ จึงทำให้มันเป็นสิ่งที่มีมูลค่ามหาศาล
และการที่ทรัมป์ประกาศสงครามกับจีน ด้วยการขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน สิ่งนี้จึงทำให้เป็นเรื่องยากที่สหรัฐฯ ต้องการเข้าถึงแร่ธาตุเหล่านี้จากจีน หากสหรัฐฯ ไม่จัดหาแหล่งแร่ธาตุของตัวเอง ก็จะทำให้จีน หรือ ประเทศอื่นได้เป็นผู้นำเศรษฐกิจโลกแทน
แหล่งแร่ธาตุสำคัญยูเครน ถูกรัสเซียควบคุม
ฮันนา ลิเวนต์เซวา ประธานสมาคมนักธรณีวิทยาของยูเครน เผยเมื่อปี 2022 ว่า ยูเครนมีแหล่งแร่ธาตุ คิดเป็น 5% จากทั้งหมดทั่วโลก แม้ว่าจะเป็นประเทศเล็ก ๆ แต่ก็เป็นดินแดนที่อุดมไปด้วยหินและแร่ธาตุจำนวนมาก โดยยูเครนมีแร่ธาตุสำคัญมากถึง 22 ชนิด จากทั้งหมด 34 ชนิดที่เคยมีการระบุชื่อไว้ตามข้อมูลของสหภาพยุโรป หรือ EU โดยคิดเป็น 5% ของแร่ธาตุที่มีทั่วโลก
ก่อนที่รัสเซียตัดสินใจใช้ปฏิบัติการทางทหาร ยูเครนถือได้ว่าเป็นผู้จัดหาแร่ไทเทเนียมรายใหญ่ของโลก คิดเป็น 7% ของผลผลิตทั่วโลกในปี 2019 และเคยกล่าวอ้างว่า มีแร่ลิเธิยมสำรองมากถึง 5 แสนตัน รวมถึงมีจำนวนแร่กราไฟต์คิดเป็น 1 ใน 5 ของโลก ซึ่งเป็นแร่ธาตุสำคัญที่ใช้ในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์
นับตั้งแต่รัสเซียเปิดใช้ปฏิบัติการทางทหารกับยูเครน แหล่งแร่ธาตุประมาณ 40% ของยูเครน อยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซีย
ผู้เชี่ยวชาญ มองว่า ยูเครนจำเป็นต้องได้ดินแดนคืน และเคลียร์ทุ่นระเบิด พร้อมสร้างสร้างโครงสร้างพื้นฐานใหม่ เพื่อให้ข้อตกลงนี้บรรลุผล
แหล่งข้อมูลอ้างอิง:
https://www.reuters.com/world/key-provisions-us-ukrainian-draft-minerals-deal-2025-02-26/
https://kyivindependent.com/exclusive-the-full-text-of-the-final-us-ukraine-mineral-agreement/
https://www.aljazeera.com/economy/2025/2/26/us-ukraine-critical-minerals-deal-what-we-know-so-far
ที่มาข้อมูล : CNN, Reuters, Kyiv Independent, Al Jazeera
ที่มารูปภาพ : AFP

พรวษา ภักตร์ดวงจันทร์