
"เดินหน้าล่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์" - ปฏิบัติการสะท้านไซเบอร์ของรัฐบาลไทย
นับจากวันที่ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร ก้าวขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ปัญหาแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่สร้างความเสียหายมหาศาลถึง 86,000 ล้านบาท จาก 557,500 คดี ได้ถูกยกระดับเป็น "วาระแห่งชาติเร่งด่วน" ที่ต้องเร่งแก้ไข ด้วยเล็งเห็นว่านี่ไม่ใช่แค่อาชญากรรมทางการเงิน แต่เป็นภัยร้ายที่บ่อนทำลายความมั่นคงของประเทศ
"ปฏิบัติการตัดวงจรร้าย" เริ่มต้นอย่างเข้มข้นในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2568 ด้วยการประกาศมาตรการพิเศษในพื้นที่ชายแดน ตัดไฟฟ้า อินเทอร์เน็ต และการส่งน้ำมันใน 5 จุดเสี่ยงตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา เพื่อทำลายฐานปฏิบัติการของแก๊งมิจฉาชีพ พร้อมกับประกาศให้ 5 อำเภอชายแดนจังหวัดตาก (ท่าสองยาง แม่ระมาด แม่สอด พบพระ และอุ้มผาง) เป็น "พื้นที่ควบคุมพิเศษ" ภายใต้การกำกับดูแลของ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ และกองทัพบก
"กฎหมายใหม่ เอาจริง!" คือการผลักดัน พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ฉบับปรับปรุง ที่เพิ่มความเข้มข้นในการกำกับดูแลผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม ธนาคาร และเครือข่ายมือถือ ให้มีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น พร้อมเพิ่มบทลงโทษผู้กระทำผิดให้หนักขึ้น เพื่อสร้างความเกรงกลัวและป้องปรามการกระทำผิด

สรุปข่าว
"ปิดประตูบัญชีม้า" มาตรการสำคัญที่จะเริ่มในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2568 ด้วยการยกระดับความปลอดภัย Mobile Banking ให้ชื่อผู้ใช้งานต้องตรงกับชื่อเจ้าของซิม แม้จะมีหมายเลขโทรศัพท์ถึง 44.4 ล้านเลขหมายที่ต้องปรับปรุง แต่รัฐบาลได้เตรียมแผนรองรับไว้อย่างรอบคอบ พร้อมจัดตั้งศูนย์ประสานงานเฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือประชาชนในการปรับปรุงข้อมูล
"ความเชื่อมั่นระดับโลก" สะท้อนผ่านการที่สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ (UNODC) เลือกประเทศไทยให้เป็นผู้นำในการจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจต่อต้านอาชญากรรมคอลเซ็นเตอร์และการค้ามนุษย์ โดยมี พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร เป็นหัวหน้าหน่วย แสดงให้เห็นถึงศักยภาพของประเทศไทยในการรับมือกับภัยไซเบอร์ในระดับสากล
"นวัตกรรมคุ้มครองประชาชน" ที่รัฐบาลได้พัฒนาขึ้น ประกอบด้วยแอปพลิเคชัน "Cyber Check" ที่ช่วยให้ประชาชนสามารถตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์และบัญชีธนาคารที่ต้องสงสัยได้ด้วยตนเอง และแอปพลิเคชัน "Thailand Tourist Police" ที่มาพร้อมระบบแจ้งเหตุฉุกเฉินที่รองรับ 8 ภาษา ได้แก่ อังกฤษ จีน เกาหลี ญี่ปุ่น รัสเซีย ฮินดี เยอรมัน และฝรั่งเศส
มาตรการเหล่านี้แสดงให้เห็นว่า เป้าหมาย "กวาดล้างแก๊งคอลเซ็นเตอร์ให้หมดภายในปี 2568" ไม่ใช่เพียงคำขวัญ แต่เป็นแผนปฏิบัติการที่มีความเป็นไปได้จริง ด้วยการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และความร่วมมือระหว่างประเทศ
ภายใต้การนำของรัฐบาล น.ส.แพทองธาร ชินวัตร สงครามปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์กำลังดำเนินไปอย่างเข้มข้น และเราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการสอดส่องและแจ้งเบาะแสผ่านสายด่วน 1441 เพราะความปลอดภัยของสังคมไทย เริ่มต้นได้จากความร่วมมือของพวกเราทุกคน
ที่มาข้อมูล : TNN เรียบเรียง
ที่มารูปภาพ : Freepik