

สรุปข่าว
“คนพิการ” กำลังสำคัญ ช่วยชุมชน ภาครัฐ ป.ป.ช. สอดส่องดูแล คนลักลอบตัดไม้พะยูงในเขตอนุรักษ์ป่าชุมชน ยิ่งเราเขาไปปลูก เขายิ่งไม่กล้ามาตัด
เมื่อก่อนแถวบ้านผมเจอ “คนพิการ” เดินออกจากบ้านมาเพื่อที่จะไปหาเลี้ยงชีพ เขาก็บอกว่า “วันนี้โชคไม่ดีแล้ว ซวยแล้ว เจอคนพิการ” โอ้โฮ มันก็เลยทําให้เราอยากจะให้เขาเห็นว่าเราไม่ใช่ตัวซวย เราเพียงแค่เกิดมาเราเป็นอย่างนี้เราก็ไม่อยากจะพิการหรอก ถ้าเลือกได้เราก็ไม่พิการ ก็เลยอยากจะรวมตัวกันรวมตัวกลุ่มคนพิการ แต่ในปัจจุบันนี้สังคมเปลี่ยนไปแล้วไม่ได้คิดอย่างงี้แล้วหลังจากที่เราได้ “นําคนพิการรวมกลุ่มคนพิการกันเพื่อที่จะช่วยเหลือชุมชนด้วย” เราใช้ชุมชนเป็นฐาน บ้านเป็นหลัก อาสาสมัครเป็นแรงเสริมคนพิการเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา
คนพิการช่วยไม่ให้คนเข้ามาลักลอบตัดไม้ได้อย่างไร?
ที่ชุมชนถูกลักลอบตัด ต้นไม้หลายต้นก็หายไป ทีนี้พอหลังจากที่นําคนพิการเขาไปปลูกต้นไม้ ไปดูแลต้นไม้ ก็เชื่อว่ามันก็จะเป็นอีกหนึ่งทางที่สามารถป้องกันไม่ให้คนไปลักลอบตัดไม้ได้ คนที่เข้าไปทําลายป่าไปตัดต้นไม้ เราอยากจะให้ให้เขาเห็น ให้เขาเห็นเราบ้าง ว่าในช่วงที่เขากำลังตัดต้นไม้กัน กลุ่มคนพิการอย่างพวกเราก็กําลังดูแลต้นไม้อยู่ แต่เขาไปทําลาย
ผมคิดว่า “ถ้าเขามาเห็นเขาคงจะเปลี่ยน คงจะเปลี่ยนใจ ก็อยากจะบอกเขาครับก็ อยากจะบอกเขาว่า ไม่ต้องไปทําลายต้นไม้ลองดูพวกเราเป็นตัวอย่าง พวกผมพิการก็ยังอยากจะมีที่ยืนอยู่ในสังคมอยากจะช่วยเหลือสังคม อยากจะดูแลต้นไม้เพื่อให้ตัวเองมีคุณค่า ให้อยู่กับสังคมให้ได้”
“เปลี่ยนจากผู้รับเป็นผู้ให้”
ทําไมต้องมาทํางานด้านคนพิการ ก็มารู้สึกว่าหลังๆ มาเราน่าจะใช้วิกฤตให้เป็นโอกาสครับ เปลี่ยนจากผู้รับเป็นผู้ให้ ก็เลยมาตั้งชมรมคนพิการเพราะเราก็คือเป็นคนพิการเหมือนกันก็เลยรวมตัวกัน เพื่อที่จะช่วยเหลือเพื่อนด้วยกัน ผมเริ่มต้นจากการอยากจะให้สังคมมองว่าเราก็สามารถที่จะเป็นส่วนหนึ่งแล้วก็อยู่กับชุมชนช่วยเหลือชุมชน ได้เหมือนกับคนอื่นๆ ทั่วไป มีศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์เหมือนกับคนทั่วไปเราก็อยากจะทํางานเราก็อยากจะมีงานทํา เพราะฉะนั้นมันก็เลยเป็นแนวคิดที่ว่าเราอยากจะมีพื้นที่ยืนอยู่ในสังคมด้วยพยายามช่วยเหลือในเรื่องของการมีงานทํา ส่งเสริมเรื่องอาชีพเพราะเราเชื่อว่าถ้าคนพิการมีงานทํา มีอาชีพเขาก็จะมีศักดิ์ศรี เขาก็สามารถที่จะดูตัวเองมีคุณค่ามีขวัญ มีกําลังใจ อยู่ต่อสู้ชีวิต อยู่กับครอบครัวได้อย่าง อย่างปกติสุข
เพียงฟ้า สุทธิพรมณีวัฒน์ ชมรมเพื่อเพื่อนผู้พิการตำบลแจ้ซ้อนจังหวัดลำปาง กล่าวว่า “ตอนนั้นผมขึ้นไปทําฝายโดยใช้ไม้ค้ำ ทางรถขึ้นไม่ได้ทางที่ขึ้นไปทําฝายเหมือนจะมันจะสูงมาก เมื่อก่อนขาผมมันไม่คดงอเหมือนอย่างตอนนี้นะครับ ตอนนี้มันงอไปด้านหลังมันแอ่นไปด้านหลัง เนื่องจากว่าผมใช้ไม้ค้ำเดินขึ้นเขา บางครั้งไม้ค้ำผมลงไปเหวนู่น น้องๆ ที่ไปด้วยต้องไปเอามา บางครั้งผมยังกลิ้งลงไปเหวนะครับ ก็พยายามตะเกียบตะกายขึ้นมาเพราะเนินแบบนี้มันขึ้นลําบาก”
“คนพิการไม่ใช่แค่ปลูกป่า แต่ยังรักษา ดูแล”
คนพิการไปปลูกต้นไม้ ด้วยความพิการที่แตกต่าง ในเรื่องของความถนัดที่จะต้องไปยกต้นไม้ ไปขุดหลุม ก็ช่วยกันตามความสามารถที่ทำได้ แต่ละคนก็ช่วยกันและพึ่งพาอาศัยกันเพื่อให้การปลูกต้นไม้นั้นออกมาดีที่สุด ที่สำคัญต้นไม้ต้องรอด
หลังจากเราปลูกแล้ว เรามอบหมายกัน “คนพิการที่จะต้องดูแลต้นไม้คนละ 30 ต้น” ใครที่ยังไม่ถึงก็ให้ดูแลให้ถึง ต้องดูแลต้นไม้ให้เติบโตใช้ในหลักการรดน้ำพรวนดิน แล้วก็นําไม้ไปปักเพื่อเป็นคอก พอเราไปตัดหญ้า เราจะไม่ปลูกทิ้งปลูกขว้างต้องมีการดูแลกันอย่างน้อยอาทิตย์ละครั้ง พอเราทำไปเรื่อยๆ ชาวบ้านทั่วไปก็เริ่มเข้ามาช่วยเรา หน่วยงานต่างๆ ก็มาเชิญเราไปปลูก ทำให้พวกเรามีโอกาสทางสังคม ผู้คนยอมรับ จนทำให้ชมรมคนพิการของเราเป็นที่รู้จัก หลายองค์กรหน่วยราชการก็เข้าถามหาว่าจะสามารถที่สนับสนุนเพื่อนคนพิการได้ยังไง
นักข่าว “ในขณะที่เรารวมตัวกลุ่มคนพิการช่วยกันปลูกต้นไม้แล้วพี่มีความเห็นยังไง คิดยังไงเมื่อเราเห็นคนที่มันตัดไม้ทําลายป่า”
ในขณะที่เราพยายามจะปลูกกันอยู่ เราดูเหมือนกับมีค่ามากขึ้น แต่เราก็ไม่ได้รู้สึกอะไรที่ว่าเราก็ไม่อยากจะไปแช่งเขา เขาอาจจะยังมีทัศนคติหรือแนวคิดหรือมุมมองอะไรที่ยังไม่มีคุณค่าก็ได้ แต่ถ้าเขาได้ถูกการปรับเปลี่ยนหรือว่าถูกเห็นตัวอย่างในการทําคุณงามความดีต่อต่อสังคม ผมก็ยังเชื่อว่าเขาอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้นะ
ตรงจุดที่เขาลักลอบตัดไม้ครับ ต้นประดู่ต้นใหญ่ ใหญ่ประมาณไหนครับ? ตามที่ชาวบ้านเขาพูดคือประมาณ 5 คนโอบ แล้วคนที่มาเจอนี่คือชาวบ้าน พอดีชาวบ้านได้ยินเสียงตัดไม้ก็เลยแจ้งผู้นํา ผู้นําก็แจ้งเจ้าหน้าที่ป่าไม้ก็พากันมาจับ เจอจนได้ครับ ตอนเราเจอนี่คือไม้ยังอยู่ไหมครับ? ไม้ยังอยู่แต่คนตัดไม้ไม่อยู่ ชาวบ้านก็เลยขนไปไว้ที่วัดแล้วก็รอดําเนินคดีแต่เรื่องยังเงียบอยู่ครับเรื่องก็มันนานมาแล้วนะครับ ประมาณ 2-3 เดือนมาแล้วนะครับ
คุณอภิชาติ การุณกรสกุล ประธานกรรมการ มูลนิธินวัตกรรมทางสังคม โครงการคนพิการรักต้นไม้เป็นการขับเคลื่อนต่อยอด จากการที่คนพิการทั่วประเทศได้เข้าถึงโอกาสงานและอาชีพสามารถพึ่งพาตนเองได้มีรายได้เลี้ยงดูตัวเองและครอบครัว ก็มาถึงจุดที่ว่าคนพิการเองก็มีศักยภาพที่จะทําประโยชน์ให้กับสังคมโดยรวมได้ทางมูลนิธินวัตกรรมทางสังคมร่วมกับเครือข่ายคนพิการทั่วประเทศจึงตั้งเป้าหมายที่จะร่วมกันปลูกและดูแลต้นไม้โดยใช้พลังของคนพิการแล้วก็เครือข่ายในที่ร่วมกันขับเคลื่อนเรื่องนี้เราได้ร่วมกันปลูกและดูแลแล้ว 5,000 ต้นโดยในปี 2566 เราก็มีเป้าหมายที่จะไปให้ถึง 50,000 ต้นแล้วก็ภายในปี 2567 เราก็ตั้งใจว่าจะชวนคนพิการแล้วก็สังคมโดยรวมนะครับพากันไปให้ถึง 500,000 ต้น ก็อยากจะขอเชิญชวนทั้งคนพิการทั้งเครือข่ายทั้งครอบครัวแล้วก็ผู้คนทั่วไปนะครับร่วมกันเป็นพลังในการที่จะทําให้เราร่วมกันปลูกต้นไม้ให้ถึง 500,000 ต้นภายในปี 2567ภายใต้โครงการคนพิการรักต้นไม้ครับ
“ถ้าคนพิการสามารถพาตัวเองไปปลูกและดูแลต้นไม้ได้ อันนี้คงไม่เป็นคําถามนะครับว่าคนทั่วไปในสังคมจะทําเรื่องนี้ได้มั้ย
อยู่ที่จะทําหรือเปล่ามากกว่า”
ที่มาข้อมูล : -