เอสเอ็มอีหอบเงิน 25,400 ล้าน แห่ลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ

เอสเอ็มอีหอบเงิน 25,400 ล้าน แห่ลงทุนเขตเศรษฐกิจพิเศษ

สรุปข่าว


รายงานข่าวจากสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพัฒนาเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ บริเวณชายแดน 10 พื้นที่ตามนโยบายของรัฐบาล ว่า  ขณะนี้พบว่ามีมูลค่าการลงทุนของเอกชน และการนิคมอุตสาหกรรม (กนอ.) ในพื้นที่เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษจนถึงปัจจุบันรวม 25,400 ล้านบาท มีการจัดตั้งธุรกิจใหม่ 4,975 ราย มูลค่าทุนจดทะเบียนรวม 9,823 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นเอสเอ็มอี สูงถึง 98% ครอบคลุมประเภทกิจการ ทั้งก่อสร้างอาคารทั่วไป โลจิสติกส์ ผลิตเสื้อผ้า อสังหาริมทรัพย์ และโรงแรม รีสอร์ทและห้องชุด ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำ ผลิตไฟฟ้า และผลิตภัณฑ์จากไม้แปรรูป


ส่วนการลงทุนที่ได้รับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จากโครงการที่ขอรับการส่งเสริมการลงทุนทั้งหมด 93 โครงการ วงเงิน 24,279 ล้านบาท ล่าสุดได้มีเอกชนเข้ามาลงทุนแล้ว 49 โครงการ คิดเป็นวงเงิน 8,209 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็น เสื้อผ้าสำเร็จรูป พลาสติก อาหารสัตว์ ยานยนต์ เครื่องจักรและชิ้นส่วน อุปกรณ์ก่อสร้าง โรงพยาบาล เป็นต้น


ขณะที่มูลค่าการลงทุนของภาคเอกชนเพื่อพัฒนาที่ดินราชพัสดุในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ ตราด กาญจนบุรี และนครพนม มีวงเงินรวม 5,106 ล้านบาท ส่วนการลงทุนของการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ในเขตพัฒนาเศรษฐกิจ พิเศษสระแก้วและสงขลา รวม 2,114 ล้านบาท โดยขอใช้สิทธิประโยชน์ภายใต้มาตรการส่งเสริมการลงทุนของกรมศุลกากร 2 โครงการ คือเขตปลอดอากรประเภทอุตสาหกรรมและพาณิชยกรรมในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก และคลังสินค้าทัณฑ์บนประเภทร้านค้าปลอดอากรในเมืองในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษสงขลา วงเงินรวม 140 ล้านบาท


นอกจากนี้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานใน 10 พื้นที่ ครอบคลุมทั้งในด้านการคมนาคมขนส่ง ระบบสาธารณูปโภคหรือสาธารณูปการ การพัฒนาด่านพรมแดนหรือด่านศุลกากร การจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรม และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านสังคม สามารถดำเนินการได้ตามแผน โดยปัจจุบันมีความก้าวหน้าการดำเนินงานเฉลี่ย 70% และมีโครงการสำคัญที่แล้วเสร็จ จะทยอยแล้วเสร็จในช่วงปี 62-65 โดยโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ เช่น ทางหลวงหมายเลข 12 ตาก-แม่สอด อาคารท่าอากาศยานแม่สอด สะพานข้ามแม่น้ำเมยแห่งที่ 2

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

แท็กบทความ