บุหรี่คร่าชีวิต 8 ล้านคนต่อปี พบคนอายุน้อยสูบบุหรี่มากขึ้นเรื่อยๆ

บุหรี่คร่าชีวิต 8 ล้านคนต่อปี พบคนอายุน้อยสูบบุหรี่มากขึ้นเรื่อยๆ

สรุปข่าว

รายงานจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO ระบุว่า ในแต่ละปีมีผู้คนมากกว่า 8,000,000 คนเสียชีวิตจากบุหรี่ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 13 ของการเสีนชีวิตจากโรคต่างๆ ทั่วโลก โดยมีทั้งคนที่สูบบุหรี่เอง และคนที่ได้รับผลกระทบจากควันบุหรี่มือสอง

โดย 31 พฤษภาคม ของทุกปี ถูกกำหนดให้เป็น "วันงดสูบบุหรี่โลก" เพื่อรณรงค์และสร้างความตระหนักรู้ในเรื่องอันตรายของการสูบบุหรี่ รวมไปถึงการป้องกันผลกระทบและโรคภัยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากพฤติกรรมการสูบบุหรี่

ปีนี้หัวข้อการรณรงค์หลัก ได้หยิบยกเอาปัญหาการเข้าถึงยาสูบในกลุ่มเยาวชน มาเป็นหัวข้อหลักในการสร้างความตระหนักรู้ หลังมีข้อมูลรายงาน มีกลุ่มคนอายุน้อยสูบบุหรี่มากขึ้นเรื่อยๆ ตอกย้ำถึงความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในการป้องกันไม่ให้คนรุ่นอนาคตตกเป็นเหยื่อของผลกระทบที่เป็นอันตรายจากการใช้ยาสูบ

ธนาคารโลก หรือ World Bank ระบุว่า การปกป้องเด็กจากการใช้ยาสูบถือเป็นสิ่งสำคัญในการสนับสนุนการพัฒนาทุนมนุษย์ ช่วยลดโอกาสการที่จะเกิดโรคที่เกิดจากยาสูบ เช่น มะเร็งปอด หรือ ถุงลมโป่งพอง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อความสำเร็จทางการศึกษาและความสำเร็จทางวิชาชีพ 

ธนาคารโลก เชื่อว่า เยาวชนที่มีสุขภาพดีและปลอดยาสูบมีแนวโน้มที่จะมีผลการเรียนดีขึ้น พวกเขาสามารถพัฒนาทักษะและเพิ่มโอกาสทางอาชีพที่มากขึ้น สิ่งเหล่านี้ส่งเสริมนวัตกรรม การเติบโตทางเศรษฐกิจ และความก้าวหน้าของสังคม

 การป้องกันไม่ให้คนสูบบุหรี่ตั้งแต่อายุยังน้อย ยังช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับการรักษาโรคที่เกิดจากยาสูบ และปรับปรุงคุณภาพชีวิตของผู้คนในสังคมให้ดียิ่งขึ้น

หนึ่งในวิธีที่ได้ผลและหลายประเทศทั่วโลกบังคับใช้ คือ การเก็บภาษียาสูบราคาสูง เป็นการเพิ่มราคาสินค้า และลดความสามารถในการซื้อของคนอายุน้อยที่ยังไม่มีรายได้ โดยมีงานวิจัย ที่แสดงให้เห็นอย่างต่อเนื่องว่าคนหนุ่มสาวอ่อนไหวต่อราคามากกว่าผู้ใหญ่ ซึ่งหมายความว่าราคายาสูบที่สูงขึ้นสามารถลดโอกาสในการซื้อผลิตภัณฑ์เหล่านี้ได้อย่างมาก

ที่มาข้อมูล : -

ที่มารูปภาพ :

แท็กบทความ

วันงดสูบบุหรี่โลก
เลิกบุหรี่
บุหรี่ไฟฟ้ามะเร็งปอด
ถุงลมโป่งพอง