

สรุปข่าว
"หมอมนูญ" ย้ำเตือนช่วงนี้ "ไข้เลือดออกยังระบาด" เผยเคสผู้ป่วยคันตามผิวหนังแต่ไม่บ่อย บางคนคันมากจนนอนไม่หลับทั้งคืน
นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ หัวหน้าห้องไอซียูเฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ ผู้ป่วยหนัก และโรคผู้สูงอายุ ประจำโรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ โรคไข้เลือดออก
โดยระบุว่า ช่วงนี้ยังมีการแพร่ระบาดของโรคไข้เลือดออก คันตามผิวหนังขณะป่วยเป็นไข้เลือดออกพบได้แต่ไม่บ่อย บางคนคันมากจนนอนไม่หลับทั้งคืน
ผู้ป่วยชายอายุ 35 ปี ปกติแข็งแรงดี ไม่มีโรคภูมิแพ้ มีไข้สูง ปวดหัว ปวดตัว 5 วัน ต่อมาเริ่มคันที่ฝ่าเท้า แขน ขา ฝ่ามือ คันมากเวลากลางคืนทำให้นอนไม่หลับ 1 วัน มีผื่นแดงตามแขน ขาและลำตัว กินอาหารได้ ไม่ปวดท้อง ไม่คลื่นไส้ ไม่อาเจียน ไม่เหนื่อย ผู้ป่วยมีไข้ 39 องศาเซลเซียส และคันมากมาขอนอนโรงพยาบาลวันที่ 16 มกราคม 2567 เจาะเลือดตรวจพบเดงกี่แอนติเจน
วินิจฉัยเป็นโรคไข้เลือดออก เม็ดเลือดขาวในเลือดต่ำ 2,700 เกร็ดเลือดต่ำ 120,000 ให้น้ำเกลือ ให้กินยาแก้ไข้พาราเซตามอล ยาแก้คัน และทายาแก้คันที่ผิวหนัง นอนโรงพยาบาลถึงวันที่ 19 มกราคม ไข้ลง สบายตัวขึ้น อาการคันดีขึ้นช้าๆ เม็ดเลือดขาว 3,830 และเกร็ดเลือดขึ้นเป็น 133,000 ให้กลับบ้านได้
วิธีการป้องกันไข้เลือดออก
กรมควบคุมโรค จึงขอแนะนำประชาชน ให้ดำเนินการป้องกันโรคส่วนบุคคลได้แก่ นอนในมุ้งหรืออยู่ในห้องติดมุ้งลวด ใส่เสื้อผ้ามิดชิด ทาโลชั่นกันยุงที่มีองค์ประกอบของ DEET ความเข้มข้นในเด็กและผู้ใหญ่ที่แนะนำ คือ 20-30% และ 20-50% และปฏิบัติตามมาตรการ “3 เก็บ ป้องกัน 3 โรค” ได้แก่ เก็บบ้าน ให้ปลอดโปร่งไม่ให้ยุงลายเกาะพัก จัดเก็บเสื้อผ้าใส่ตู้ให้เป็นระเบียบ เก็บขยะ เศษภาชนะไม่ให้เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ เช่น กะลา กระป๋อง ถุงพลาสติก ควรเก็บทิ้งหรือถม ยางรถยนต์เก่าสามารถดัดแปลงนำมาใช้ประโยชน์หรือขายให้สถานประกอบการ
เก็บแหล่งน้ำ ปิดให้มิดชิด เปลี่ยนถ่ายน้ำทุกสัปดาห์ไม่ให้ยุงลายวางไข่ ภาชนะขังน้ำขนาดเล็กหมั่นเปลี่ยนน้ำทุก 7 วัน เช่น แจกันดอกไม้สด แจกันหิ้งบูชาพระ แจกันที่ศาลพระภูมิ ขวดเลี้ยงพลูด่าง ไม้ประดับ ใส่ทรายธรรมดาในจานรองกระถางต้นไม้ให้ดูดซับน้ำ จะสามารถป้องกันได้ 3 โรค คือ โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย
อาการไข้เลือดออก
ทั้งนี้ ประชาชนควรสังเกตอาการของตนเองและครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มเด็กเล็ก หรือผู้ใหญ่ที่มีโรคประจำตัว และผู้สูงอายุ หากมีอาการไข้สูงเฉียบพลันนานเกินกว่า 2 วันร่วมด้วยกับอาการอ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย เบื่ออาหาร หน้าแดง ควรรีบไปพบแพทย์ เพื่อรับการรักษาที่เหมาะสม ไม่ควรซื้อยากินเอง
โดยเฉพาะยาในกลุ่มที่ทำให้เกิดภาวะเลือดออกง่ายหยุดยาก รวมถึงภาวะตับวาย เช่น ยาแอสไพริน ไอบูโพรเฟน และ ไดโคลฟีแนค สำหรับร้านขายยาและคลินิก ควรแนะนำผู้ป่วยสงสัยโรคไข้เลือดออกให้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาล หากมีข้อสงสัยสามารถโทรศัพท์สอบถามข้อมูลได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422”
ที่มา หมอมนูญ ลีเชวงวงศ์ FC / กรมควบคุมโรค
ภาพจาก AFP
ที่มาข้อมูล : -